ข่าวลึก ปมลับ : "ไทยพีบีเอส"คลื่นแทรก คนดูหด-จริยธรรมลด!?

โดย ทีมข่าวอาชญากรรม   
15 มีนาคม 2560 17:51 น. (แก้ไขล่าสุด 15 มีนาคม 2560 19:48 น.)
ข่าวลึก ปมลับ : ไทยพีบีเอสคลื่นแทรก คนดูหด-จริยธรรมลด!?
        รายการ “ข่าวลึก ปมลับ” โดย นพรัตน์ พรวนสุข ออกอากาศทาง News 1 วันพุธที่ 15 มีนาคม 2560 ตอน "ไทยพีบีเอส"คลื่นแทรก คนดูหด-จริยธรรมลด!?
       

       
       เรื่องการใช้เงินงบประมาณจำนวนประมาณ 200 ล้านบาทขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือทีวีช่องไทยพีบีเอสไปซื้อหุ้นกู้ของบริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือ CPF กำลังเป็นปมร้อนที่มีการวิจารณ์กันมาก ทั้งด้านกฎหมายและจริยธรรม รวมแล้วก็คือผู้บริหารถูกกล่าวว่าขาดธรรมาภิบาลนั่งเอง
       
       เพราะการกระทำดังกล่าว ผู้มีอำนาจของไทยพีบีเอสอาจจะทำไม่ถูกต้องใช้วิจารณญาณโดยไม่เหมาะสม เสี่ยงกับการละเมิดกฎหมายทำลายจริยธรรมสื่อของทีวีสาธารณะที่ต้องมีความเป็นกลาง โปร่งใส อิสระไม่ถูกครอบงำจากฝ่ายไหน อาจจะส่งผลกระทบต่อการทำหน้าที่สื่อสาธารณะเพื่อประโยชน์ของสังคม
       
       และที่สำคัญ ผู้บริหารไม่สามารถนำเงินองค์กรไปหมุนหาดอกผลกับธุรกิจการค้านอกเหนือวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้จนเลยเถิด
       
       หลังจากเป็นเรื่องขึ้นมา ทพ.กฤษดา เรืองอารีย์รัชต ผู้อำนวยการ ส.ส.ท.ยอมรับภายหลังว่ามีการนำเงินไปซื้อหุ้นกู้ด้อยสิทธิของซีพีเอฟจริง พร้อมกันนั้นกฤษดาที่เคยตำหนิกลุ่มพนักงานไทยพีบีเอสที่เปิดเผยเรื่องนี้ว่า
       
       หากมีการนำความที่ผิดพลาดออกมาสื่อสารภายนอกองค์กรสร้างความเสียหายให้กับองค์กร จะถูกลงโทษทางวินัย แต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่มีอะไรไม่จริงจนจะการประชุมผู้บริหารในวันพฤหัสฯนี้เพื่อถอดชนวนระเบิดก่อนที่ไทยพีบีเอสจะเละกว่านี้
       
       เงินของสสท. หรือไทยพีบีเอส เป็นเงินงบประมาณแผ่นดินที่เอามาจากภาษีเหล้าเบียร์บุหรี่หรือเรียกกันว่า ภาษีบาป ซึ่งในแต่ละปีจะได้รับการจัดสรรจากภาษีบาปร้อยละ1.5 แต่จะได้ไม่เกิน2,000ล้านบาทต่อปีเพื่อใช้จ่ายในการทำงานสื่อสาธารณะ ทั้งทีวีและเว็บไซต์ข่าวเป็นหลัก
       
       ไทยพีบีเอสจึงเป็นองค์กรสื่อที่มีความมั่นคงที่สุดเพราะไม่ต้องทำธุรกิจ ไม่ต้องอาวรณ์ร้อนใจกับเรื่องธุรกิจที่จะกำไรหรือขาดทุน ปีๆหนึ่งก็ได้งบประมาณจากภาษีประชาชนมาใช้จ่ายทำข่าวกันสบายๆ
       
       ไทยพีบีเอสก็เลยเป็นที่หมายของคนทำงานสื่อต้องการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร ก็เป็นธรรมดาที่มีการแก่งแย่งกันต่อสู้ช่วงชิงกันเพื่อพวกตนจะได้อยู่อย่างมั่นคงในที่นี่ โดยเฉพาะคนในระดับบริหารระยะหลังก็มีเสียงนินทาและมองกันว่าไทยพีบีเป็นองค์กรซ่อนเงื่อน มีคนแสวงหาประโยชน์ส่วนตัวเข้าไปแฝงตัวอยู่ไม่น้อย
       
       ทางด้านผลงานของทีวี จากการจัดเรตติ้งล่าสุดทีวีไทยพีบีเอสตกรูดไปอยู่ในอันดับที่16และ17 เป็นกลุ่มท้ายตารางของทีวียุคดิจิตอลในวันนี้ไปแล้ว จากเดิมเมื่อปีก่อนยืนอยู่ที่อันดับ6ก็ถูกใช้เป็นเหตุปลดผู้อำนวยการฯและทีมบริหารอย่างไร้น้ำใจ แต่พอเรตติ้งมาอยู่เกือบที่ท้ายๆก็ไม่เห็นบอร์ดของที่นั่นจะเดือดร้อนอะไรในเรื่องผลงาน
       
       การนำเงิน200ล้านบาทมาซื้อหุ้นกู้ส่งผลให้ไทยพีบีเอสได้รับผลกระทบทางด้านภาพลักษณ์การบริหารและจริยธรรมของสื่ออย่างหนัก ไม่ใช่เพราะว่าซื้อหุ้นกู้ของ CPF แล้วจะผิดและถูกตำหนิ ซึ่งเรื่องนี้คนขายหุ้นไม่เกี่ยวเพราะเขาเป็นองค์กรเอกชนทำธุรกิจและขายหุ้นกันอย่างเปิดเผยเป็นการทั่วไปตามกฎกติกาตลาด
       
       แต่ประเด็นที่ต้องพิจารณาอยู่ที่ผู้บริหารระดับสูงของไทยพีบีเอสต่างหากที่สุ่มเสี่ยงต่อการใช้เงินไม่ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ อันจะเป็นผลต่อการละเมิดกฎหมาย แม้ว่าจะอ้างว่ากฎหมายเปิดช่องให้ทำได้ตามพรบ. การจัดตั้ง ส.ส.ท. ในมาตรา 11 วงเล็บ 7 ที่นิยามคำว่าทุน ทรัพย์สิน และรายได้ มาจาก ดอกผลที่เกิดจากเงินหรือทรัพย์สินขององค์กร
       
       คาดว่า กฤษดาคงจะมั่นใจว่ากฎหมายให้อำนาจทำได้ เพราะคงเป็นการตีความกฎหมายอย่างกว้าง จึงนำเงินทุนขององค์กรไปซื้อหุ้นกู้ แต่ที่ผ่านมาไม่มีใครกล้าทำ คนเก่ายุคหนึ่งเคยคิดจะทำแต่เมื่อหารือไปยังกรมบัญชีกลางก็ถูกเบรกกลับมาต้องหยุดคิด
       
       เพราะมีคำแนะนำกลับมาว่าเงินงบประมาณใช้ไม่หมดก็ต้องส่งคืนคลัง จะเอาไปหมุนลงทุนอื่นก็ไม่ได้ แม้แต่ซื้อพันธบัตรรัฐบาลก็ไม่ได้ เพราะเป็นเงินของรัฐจะมาหาดอกเบี้ยจากรัฐไม่ได้ ยิ่งไปลงทุนกับเอกชนก็ยิ่งขัดต่อเจตนารมณ์กฎหมายและหลักการใช้เงินแผ่นดิน
       
       เรื่องนี้มีสองแง่มุมที่จะต้องได้ข้อสรุป หนึ่งคือทางด้านจริยธรรมคุณธรรมสื่อจะเป็นอย่างไร ก็มีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวางในตอนนี้ อีกไม่นานคงตกผลึก ส่วนอีกด้านหนึ่งคือแง่มุมด้านกฎหมาย ต้องตามดูว่าการซื้อหุ้นกู้จะเป็นการกระทำที่ละเมิดฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่
       
       จะเป็นหน้าที่ของสำนักนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแล ส.ส.ท. ,กระทรวงการคลังและสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินก็จะต้องชี้ว่าเป็นการใช้เงินถูกต้องหรือไม่ อีกหน่วยงานหนึ่งก็คือ ป.ป.ช. ถึงขั้นนี้แล้วก็คือเป็นคดีอาญา!

จำนวนคนโหวต 5 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 4 คน
80 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
20 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017