หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ 3 ทหารเสือสาว มนต์จันทรา

มนต์จันทรา ตอนที่ 4

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
14 พฤษภาคม 2556 17:01 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
มนต์จันทรา ตอนที่ 4
        มนต์จันทรา ตอนที่ 4
       
       ยามบ่าย โศภีหน้าหงิกงอเดินลากกระเป๋าเสื้อผ้าออกมาจากข้างในอย่างทุลักทุเล ขณะที่ลำแพงกำลังทำความสะอาดของตกแต่งโถงบ้านอยู่ โดยไม่แยแสแม้แต่น้อย โศภีหงุดหงิดแหวใส่ลำแพง
       
       "นี่แก ไปบอกคนงานให้เอาเรือออก แล้วก็หาคนมาช่วยฉันขนกระเป๋าด้วย ฉันจะกลับบ้านแล้ว"
       ลำแพงหน้านิ่งๆถาม
       "จะไม่รอพบคุณษมาก่อนเหรอคะ"
       โศภีโดนจี้ใจดำก็ตวาดแว๊ด
       "ทำไมฉันต้องรอพบเจ้านายแกด้วย เจ้านายแกตะหาก ที่ต้องเป็นฝ่ายไปง้อขอโทษฉัน ไม่ใช่ให้ฉันต้องมานั่งรอพบเค้า"
       "รีบแค่ไหนคุณก็ต้องรอก่อนค่ะ เพราะคุณษมาเอาเรือไปที่พระฮาม ส่วนเรืออีกลำกลับเข้าฝั่งไปขนของตั้งแต่เช้าแล้วยังไม่กลับ"
       "แต่ฉันจะกลับเดี๋ยวนี้ ถ้าพวกแกไม่มีเรือ ก็โทรไปบอกคนของฉันให้เอาเรือมารับสิ ง่ายๆแค่นี้คิดไม่เป็นรึไง"
       "แล้วทำไมไม่โทรเองล่ะคะ คนของคุณ คุณก็สั่งเองสิ"
       "แก..."
       โศภีไม่ทันจะด่ากลับ แลงสีหน้าเครียดก็เดินเข้ามาในโถงบ้าน
       "พี่แพง"
       ลำแพงเสียงขุ่นๆ รำคาญ อารมณ์ค้างจากโศภี
       "มีอะไร"
       "ผู้จัดการโทรมาบอกว่าติดต่อคุณษมาไม่ได้เลย ฉันเลยวิทยุไปที่พระฮาม ก็ติดต่อไม่ได้เหมือนกัน เงียบกริบ มันแปลกๆนะพี่ ปกติไม่เคยเป็นแบบนี้ ไม่รู้มีปัญหาอะไรรึเปล่า"
       ลำแพงสีหน้าสงสัยปนห่วง
       "งั้นพี่จะลองใช้เครื่องในห้องทำงานคุณษมาติดต่อไปอีกที"
       ลำแพงรีบเดินกลับไปที่ทางห้องทำงานของษมาเพื่อติดต่อวิทยุสื่อสาร แลงรีบตามพี่สาวไปติดๆ
       โศภีหน้านิ่งหันมองตามสองคนไปอย่างใช้ความคิด
       
       บรรยากาศยามเย็นของเกาะพระฮาม หลังจากผ่านเรื่องร้ายๆไปแล้ว ทุกอย่างดูสงบ สวยงาม เป็นธรรมชาติ สาระวารียืนหน้าเครียด ใช้ความคิดอยู่
       ษมาเดินตามหาสาระวารีด้วยสีหน้าแววตาเป็นห่วง พอเห็นตัวก็รีบเข้าไปหาทันที ษมาและสาระวารีเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว
       "มาทำอะไรตรงนี้ครับ เกิดพวกมันย้อนกลับมา ใครจะช่วยคุณทัน"
       สาระวารีมองหน้าษมานิ่ง
       "มองหน้าผมยังงี้อีกแล้ว"
       "ศัตรูของคุณเป็นใครกันแน่คะถึงได้งัดอาวุธสงคราม ออกมายิงเป็นว่าเล่นขนาดนี้"
       "ท่าทางเลือดนักข่าวของคุณกำลังฉีดพล่าน"
       สาระวารีหน้าเครียดเอาจริง
       "ถ้าคุณไม่ตอบ ฉันจะไม่คุยกับคุณอีกเลย"สาระวารีจะเดินหนี
       ษมารีบพูดทันที
       "ศัตรูผมมีอยู่เต็มไปหมด ใครๆก็อยากให้ผมตายทั้งนั้นแหละ"
       สาระวารีหันไปมองษมา สีหน้าสนใจใคร่รู้
       "เรื่องวันนี้ ผมยังตอบไม่ได้หรอกนะว่าฝีมือใคร แต่ผมยืนยันได้ ว่าผมไม่เคยทำอะไรผิดกฎหมาย ที่ผมถูกไล่ฆ่าก็เพราะสัมปทานคาสิโนประเด็นเดียวเลย"
       สาระวารีแปลกใจ
       "ทำไมล่ะคะ ก็คุณได้สัมปทานไปแล้วนี่ ฆ่าคุณตายแล้วจะมีประโยชน์อะไร"
       "มีสิครับ ในสัญญาสัมปทาน ระบุว่าถ้าผมเปิดคาสิโนไม่ทันตามกำหนด ไม่ว่าจะสาเหตุอะไร สัมปทานของผมก็ต้องเปลี่ยนมือไป ถึงได้มีแต่คนคอยขัดแข้งขัดขา ถึงขั้นอยากฆ่าผมให้ตายไงครับ"
       สาระวารีโวยวาย ไม่เห็นด้วย
       "สัญญาบ้าบอยังงี้คุณทำไปได้ยังไง นี่ก็ไม่ต่างจากคุณทำสัญญาเชิญคนมาฆ่าชัดๆ"
       ษมาหน้าขรึมลง
       "สร้างคาสิโนที่นี่ มันเป็นความฝันของผม แล้วนี่ก็เป็นโอกาสเดียวที่ผมจะทำให้ฝันตัวเองเป็นจริงได้ ถึงจะเสี่ยงตาย มันก็คุ้มที่จะเสี่ยง"
       สาระวารีถอนใจหนักๆ
       "ฝันอยากเป็นเจ้าของบ่อน ดีตายล่ะ"
       ษมายิ้มๆ
       "คุณฝังใจเกลียดการพนันขนาดนี้ ใจคุณไม่ยอมเปิดรับง่ายๆ หรอก แล้วคุณไม่มีความฝันอะไรมั่งเหรอ"
       สาระวารีหน้าเศร้าลง
       "ฉันก็เคยฝันค่ะ แต่มันเป็นฝันที่ไม่มีทางเป็นจริง ฉันถึงขั้นเคยอธิษฐานขอกับพระจันทร์เลยนะคะ
       ฉันอยากให้แม่หายป่วย อยากให้พ่อเลิกเล่นการพนัน คุณว่ามันจะเป็นจริงได้มั้ยล่ะ" สาระวารีแอบน้ำตารื้น หันไปมองหน้าษมา
       ทั้งคู่สบตากัน ษมามองเห็นแววตาของสาระวารีที่ฉายแววเศร้าฝังใจชัดเจน... เธอเดินเลี่ยงนำไปก่อนที่เขาจะมาอ่านความรู้สึกได้มากไปกว่านี้
       
       ษมามองตามเธอไป ด้วยความรู้สึกเข้าใจและสงสารผู้หญิงคนนี้จับใจ

มนต์จันทรา ตอนที่ 4
         
       เวลาเย็น ฝนกำลังตกหนักที่หน้าบ้านษมาที่เกาะยานก บริเวณโถงบ้าน โศภีกำลังโวยวาย วีนลั่นใส่ลำแพงไม่ยอมเลิก
       
       “ตอนแรกแกบอกว่าเรือไม่มี ตอนนี้เรือก็กลับมาแล้วไงล่ะ ทำไมยังไม่ออกไปตามหาษมาอีก”
       ลำแพงสีหน้าเย็นชา
       “คุณก็เห็นอยู่ว่าฝนตกหนัก ใครจะกล้าเอาเรือออกตอนนี้ล่ะคะ หรือว่าคุณจะไป ดิฉันจะได้ให้คนจัดเรือให้”
       โศภีโมโห เหยียดปากหมั่นไส้
       “ไหนแกบอกว่าแกจงรักภักดีกับษมานักหนา ษมาขาดการติดต่อไปกี่ชั่วโมงแล้ว ฉันไม่เห็นแกจะร้อนใจอะไรเลย”
       ลำแพงชักหงุดหงิด
       “ก็มันติดต่อไม่ได้ จะให้ฉันทำยังไงล่ะค่ะ ต้องพล่าน โวยวายคนอื่นไปทั่วเหมือนกับคุณอีกคนงั้นเรอะ”
       โศภีสีหน้าเจ็บใจมาก
       “แก”
       แลงวิ่งฝ่าสายฝนตัวเปียกเข้ามาขัดจังหวะสองสาวได้ทัน
       “พี่ลำแพง ได้ข่าวคุณษมาแล้วครับ”
       โศภีรีบพูดแซงทันที
       “ติดต่อษมาได้แล้วเหรอ ษมาเป็นยังไงบ้าง”
       “ยังติดต่อไม่ได้หรอกครับ แต่พวกเรือประมงที่ไปหาปลาแถวพระฮาม บอกว่ามีการยิงถล่มกันที่พระฮาม แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปดู ผมสงสัยว่าที่เราติดต่อคุณษมาไม่ได้ ก็คงเพราะเรื่องนี้ล่ะครับ”
       โศภีนิ่งๆไป ลำแพงหน้าเสียทันที มีท่าทางร้อนใจเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัด
       
       สาระวารีเดินอ้อมกลับมาดูทางท่าเรือ ก็เห็นร่องรอย ความเสียหายของท่าเรือ ข้าวของที่โดนระเบิดกระจุยกระจายไปทั่วบริเวณ ถึงกับหน้าซีดเผือด ก้าวขาไม่ออกเหมือนเข่าอ่อน จนษมารีบเข้ามาประคอง “เป็นอะไรครับ”
       สาระวารีรีบผละตัวออก แต่หน้ายังซีดอยู่
       “ไม่เป็นไรแล้วค่ะ”
       “แน่ใจนะครับ”
       สาระวารีพยักหน้ารับ สีหน้ารู้สึกผิดหวังตัวเองมาก
       “ฉันไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลย รู้สึกเหมือนตัวเองขี้ขลาดยังไงก็ไม่รู้”
       ษมาให้กำลังใจ
       “ไม่หรอกวารี คุณเป็นผู้หญิงที่กล้าหาญมากเลยนะ”
       สาระวารีขำเยาะตัวเอง
       “คนกล้าอะไรจะหน้าซีด เข่าอ่อน ก้าวขาไม่ออกยังงี้ล่ะคะ”
       “มีแต่คนโง่เท่านั้นล่ะที่ไม่กลัวอะไรเลย แล้วคุณก็ไม่ใช่คนโง่ จะมีซักกี่คนที่ยังยืนอยู่ได้ หลังจาก
       ถูกไล่ยิงด้วยอาวุธสงครามขนาดนั้น” เขามองวารีด้วยสายตาชื่นชม ยิ้มให้
       “ก็คุณไงคะ”
       ษมายักไหล่
       “ผมชินแล้ว นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมเจอไล่ล่าแบบนี้
       สาระวารีช่างสงสัย ตามประสานักข่าว
       “แล้วครั้งที่ผ่านๆมา ทำไมไม่มีข่าวออกมาเลยล่ะคะ”
       “มีเรื่องอีกตั้งมากมายที่นักข่าวไม่รู้ และมีอีกมากที่รู้แต่ออกข่าวไม่ได้ อย่างเรื่องวันนี้ ผมแน่ใจว่านอกจากพวกเราไม่กี่คนที่อยู่ในเหตุการณ์ก็คงไม่มีใครรู้”
       สาระวารีเลือดนักข่าวฉีดพล่านขึ้นมา ยิ้มอย่างนึกสนุก
       “ลองนึกดูสิคะ ข่าวเจ้า พ่อเกาะยานกถูกระเบิดเอ็ม 79 ถล่มหน้าคาสิโน มันจะตื่นเต้นเร้าใจคนอ่านสยามสารมากขนาดไหน”
       ษมาหน้านิ่ง จ้องหน้าสาระวารี
       “อย่าแม้แต่จะคิดนะวารี”
       สาระวารียิ้มค้าง ถูกสกัดดาวรุ่ง
       “อย่าลืมว่าคุณก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย การตกเป็นข่าวซะเอง ไม่สนุกเหมือนกับการทำข่าวคนอื่นหรอกนะ”
       “แต่คุณก็ไม่ควรปิดบังข่าวสารต่อสาธารณชน”
       “ใช่ ถ้าเป็นข่าวที่มีประโยชน์ หรือว่ามีผลกระทบกับคนหมู่มาก แต่เรื่องนี้ผมเห็นว่า เกี่ยวพันกับคนแค่ไม่กี่คน ผมไม่เห็นมีความจำเป็นต้องเปิดเผย”
       ษมาเดินนำกลับไป
       สาระวารีเดินตามเลียบเคียงถามต่อ
       “แล้วคุณคิดบ้างมั้ย บางทีอาจจะไม่ใช่ฝีมือพวกอยากได้สัมปทานก็ได้ แต่เป็นคนที่มีเรื่องโกรธแค้นส่วนตัวกับคุณแล้วฉวยโอกาส อย่างเช่นนายดิตถ์ เป็นต้น”
       ษมาหยุดกึก หันกลับมา หน้าตามีแววดุ สาระวารีตกใจ ผงะไปเล็กน้อย
       “ถ้ายังไม่รู้แน่ อย่าเอ่ยชื่อใครออกมาเลยวารี”
       ษมาน้ำเสียงเรียบขรึมคล้ายสั่งห้าม
       “ผมไม่มีอะไรจะให้ข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วล่ะ คุณต้องไม่เขียนข่าวนี้ โอเคนะครับ” ษมาจ้องตาสาระวารีแล้วเดินนำกลับไป
       
       สาระวารีเหยียดปากหมั่นไส้ ทิ้งค้อนไปมา ก่อนเดินตามษมาไป อย่างไม่สบอารมณ์นัก พิพัชที่ทำแผลเรียบร้อยแล้ว แอบจับตามองทั้งคู่อยู่ด้วยสีหน้านิ่ง ดูไม่ออกว่าคิดอะไรอยู่

มนต์จันทรา ตอนที่ 4
         
       “ผมไม่มีอะไรจะให้ข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วล่ะ คุณต้องไม่เขียนข่าวนี้ โอเคนะครับ” ษมาจ้องตาสาระวารีแล้วเดินนำกลับไป
       
       สาระวารีเหยียดปากหมั่นไส้ ทิ้งค้อนไปมา ก่อนเดินตามษมาไป อย่างไม่สบอารมณ์นัก พิพัชที่ทำแผลเรียบร้อยแล้ว แอบจับตามองทั้งคู่อยู่ด้วยสีหน้านิ่ง ดูไม่ออกว่าคิดอะไรอยู่
       
       เวลากลางคืน ท่ามกลางบรรยากาศในผับของดิตถ์ เขากำลังคุยกับลูกน้องอยู่ด้วยความสนใจ
       “ ข่าวชัวร์แน่นะ”
       “เสี่ยก็รู้ว่าสายของเราไม่เคยพลาด”
       ดิตถ์สบตากับลูกน้องแบบรู้กันว่า สายที่ว่านี้คือใคร
       “แค่ตอนนี้ยังไม่รู้ว่ามันเป็นหรือตายเท่านั้นเอง ไอ้นี่ดวงมันแข็งจริงๆ เจอมาตั้งกี่ครั้งรอดตายได้ทุกที”
       “โชคไม่เข้าข้างมันตลอดไปหรอก เอ็งคอยเช็คข่าวกับสายของเราให้ดี ถ้าคืนนี้ยังไม่ได้ข่าวไอ้ษมาอีก พรุ่งนี้กูจะได้ไปทาบทามหุ้นส่วน”
       ดิตถ์ยิ้มพอใจ
       “ไม่เร็วเกินไปเหรอครับนาย”
       “เรื่องยังงี้ช้าได้ยังไงวะ มีแต่คนจ้องตะครุบตาเป็นมัน...ขออย่างเดียว ให้มันตายโหงจริงๆ เถอะ คาสิโนเกาะพระฮาม ได้เปลี่ยนมือแน่”
       ดืตถ์สะแหยะยิ้มร้ายๆ มีความหวังขึ้นมา
       
       หน้าแคมป์คนงานตอนกลางคืน ฝนตกหนัก กูซอและคนงานอีกคน กำลังสุมหัวกันซ่อมเครื่องมือสื่อสารที่มุมห้อง จันเลายกแฟ้มเอกสารเดินผ่านทั้งคู่ไปให้ษมา เขาตรวจดูเอกสารบัญชีต่างๆไปก่อนพูดเปรยขึ้น
       “ติดอยู่ที่นี่ก็ดีเหมือนกัน จะได้ตรวจงานเอกสารซะที ไม่งั้นก็ผลัดไปเรื่อย”
       จันเลายิ้มๆ กระซิบกระซาบให้ษมา พร้อมพยักเพยิดหน้าไปทางสาระวารี
       “ท่าจะหิวมากนะครับ”
       ษมามองตามจันเลาเห็นสาระวารีกัดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเคี้ยวแห้งๆไปจนหมดถุง แล้วขยำซองทิ้งถังขยะ
       “อิ่มรึเปล่าวารี” ษมาถาม
       “ไม่อิ่มได้ไงคะ อาหารหมดแล้วนี่ นี่ถ้ารู้ว่าจะต้องมาติดเกาะ ฉันไม่กินข้าวคลุกกะปิเมื่อกลางวันจนหมดเกลี้ยงหรอก”
       ษมายิ้มๆ
       “ดื่มน้ำตามเข้าไปสิ จะได้อิ่ม”
       “ไม่ไหวหรอกค่ะ ล่อเข้าไป 2 ซอง เดี๋ยวบะหมี่พองท้องแตกตายพอดี ทำงานดีกว่า”
       สาระวารีลุกเดินไปหยิบกระเป๋าใส่กล้อง ษมามองตามยิ้มเอ็นดู เธอรื้อหาของไปบ่นไป
       “ดีนะที่อุปกรณ์หากินไม่จมน้ำไปหมด มาเสียเที่ยวเลย เสี่ยงตายไม่ได้งาน”
       สาระวารีบ่นเสร็จคำ ไฟดับพรึบทันที สาระวารีร้องลั่นด้วยความตกใจ เสียงษมาขำๆ ตามมา เธอโวยวาย
       “ขำอะไร ไม่ตลกเลยนะ มืดจะตายอยู่แล้ว”
       อึดใจ ษมาก็หยิบเทียนและไฟแช็คออกมาจุดสร้างความสว่างให้ห้อง
       “สว่างแล้ว กลัวความมืดเหรอ”
       “ฉันไม่ได้กลัว”
       ษมายิ้มๆ โยนไฟแช็คไปให้จันเลา...จันเลารับไปและช่วยกูซอจุดเทียนไขเพิ่มความสว่างให้ห้อง ษมาเดินถือเทียนไขมานั่งที่แคร่
       “ถ้าไม่ได้กลัวก็มานั่งคุยกับผมที่นี่ แสดงให้เห็นหน่อยว่าคุณก็ไม่ได้กลัวผม”
       “ทำไมฉันต้องกลัวคุณด้วย ก็แค่นั่งคุย” สาระวารีลุกมานั่งด้วย ษมาหยดน้ำตาเทียนลงแคร่ไม้ไผ่เพื่อตั้งเทียน เธอเดินมานั่งแต่เว้นระยะห่างเล็กน้อย
       “ไงคะ ฉันมาแล้ว อยากจะคุยอะไรกับฉัน หรือว่าเปลี่ยนใจอยากจะให้สัมภาษณ์ต่อ”
       ษมาตั้งเทียนไข เงยหน้าพร้อมตอบ
       “ไม่เอา เบื่อคุยเรื่องผมแล้ว คุยเรื่องคุณบ้างดีกว่า ทำไมคุณถึงชอบเป็นนักข่าว”
       สาระวารีนึกๆก่อนตอบ
       “ตอนแรกก็ไม่ได้ชอบอะไรหรอกค่ะ เห็นว่างานน่าจะสนุก ไม่ต้องจำเจอยู่แต่ในออฟฟิศ ก็เลยเลือกเรียน แต่มาเริ่มรักจริงๆ ก็ตอนได้ทำงานแล้ว”
       แววตาสาระวารีฉายเห็นถึง ความสดใส ช่างฝัน มีความมุ่งมั่น
       “งานนี้ทำให้ฉันได้ท่องเที่ยว ได้เจออะไรใหม่ๆ ตลอดเวลา โลกนี้ยังมีอะไรอีกเยอะแยะเลยนะคะที่เรายังไม่รู้”
       ษมาแอบชำเลืองมองหน้าเธอที่ฉาบด้วยแสงสว่างจากเปลวเทียน ดูงามละมุนจับตาจนษมาจนไม่อาจจะละสายตาไปไหนได้ สาระวารีสายตาเป็นประกาย ภูมิใจกับสิ่งที่ทำอยู่
       “ที่สำคัญสุดเลยนะคะ การเป็นนักข่าวทำให้ฉันรู้สึกภูมิใจตัวเอง ว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างฉันเนี่ย ก็ทำประโยชน์ให้สังคมได้”
       ษมายิ้มกะเซ้า
       “พูดสร้างภาพรึเปล่า”
       “ฉันจะพูดสร้างภาพกับเจ้าพ่อไปทำไมคะ”
       สาระวารีทิ้งค้อนใส่เล็กน้อยก่อนจะพูดต่ออย่างมั่นใจ
       “ฉันน่ะเหมือนกระเจาเงาบานใหญ่ๆ ที่ช่วยเตือนให้คนรู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น จะได้หาทางป้องกันตัวเอง”
       “เหมือนที่คุณกำลังจะนำเสนอเรื่องคาสิโนของผม เพื่อให้ประชาชนหาทางป้องกันใช่มั้ย”
       สาระวารียักไหล่ สบตาษมา พูดอย่างระวัง แต่ไม่ใช่ต่อต้านหรือประชด
       “ฉันมีหน้าที่แค่เสนอข่าวตามความเป็นจริงค่ะ คนอ่านจะเป็นคนตัดสินใจเอง ว่าเรื่องไหนเป็นอันตรายต้องหาทางป้องกันหรือไม่”
       “เธอเป็นคนตอบคำถามได้ดีนะ”
       “เป็นคนถามคำถามที่แย่รึไงคะ”
       
       “พูดเองนะ”

มนต์จันทรา ตอนที่ 4
         
       สาระวารีเหยียดปากใส่เล็กน้อย
        
       
       “ได้ยินแบบนี้ผมก็สบายใจ เอาล่ะ คุณเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว พักผ่อนเถอะ ผมยกแคร่ตัวนี้ให้... จ้องตา กู๊ดไนท์ครับ แขกคนแรกของคาสิโนเกาะพระฮาม”
       สาระวารีสบตากับษมา ษมาขยับตัวไปเป่าเทียนไขดับมืดลงแล้วเดินกลับไปโต๊ะทำงาน...
       ส่วนโต๊ะทำงานของษมายังสว่างด้วยเทียนไขที่จันเลาจุดไว้ให้ ษมาเดินไปนั่งทำงาน เห็นจันเลา
       กูซอ และคนงานยังจุดเทียนไขช่วยกันซ่อมแซมวิทยุสื่อสารอยู่มุมห้อง
       สาระวารีขยับตัวลงนอนพักบนแคร่ แอบนอนมองษมานั่งทำงานที่โต๊ะทำงานไปเงียบๆ ก่อนที่เธอจะพริ้มตาหลับลงด้วยความรู้สึกปลอดภัย
       
       เวลาเช้า บ้านจิณห์วรา ดิตถ์กำลังคุยกับจิตติอยู่ในห้องรับแขก
       “ติดต่อษมาไม่ได้แค่พ้นข้ามคืน คุณก็จะชวนผมยึดคาสิโนของคุณษมาแล้วเหรอ เร็วไปหน่อยมั้งคุณดิตถ์”
       “ของอย่างงี้ ยิ่งเร็วก็ยิ่งดีไม่ใช่เหรอครับ ขืนรอออกข่าวทีวีว่า ไอ้... เอ่อคุณษมาตายแล้ว เราโดนปาดหน้าแน่ๆ”
       "แล้วถ้าเกิดคุณษมาเค้ายังไม่ตายล่ะ"
       "ก็แล้วไปสิครับ แต่ถ้าตายจริง เราจะเดินนำคนอื่นหนึ่งก้าว"
       จิตติสีหน้านิ่งๆ อ่านไม่ออกว่าคิดอะไรอยู่
       "ผมเช็กข่าวมาละเอียดแล้ว คุณษมาโดนถล่มด้วยอาวุธสงครามคาท่าเรือขนาดนั้น รอดยากครับ"
       ขณะนั้นเอง จิณห์วราเดินเข้ามาในห้อง หน้าตาไม่ค่อยชอบดิตถ์นัก
       "แต่เท่าที่รู้มา คุณษมาก็ไม่ได้โดนลอบฆ่าด้วยอาวุธสงครามเป็นครั้งแรกนี่คะ"
       ดิตถ์เหล่มองจิณห์วรา เธอพูดต่อ
       "จิณห์ก็เห็นเค้ารอดมาได้ทุกครั้ง"
       "แต่คราวนี้ คุณษมาหายเงียบไปเลยนะครับ ผิดกับครั้งก่อนๆ ถ้าคุณจิณห์ไม่เชื่อ ก็ลองติดต่อเพื่อนคุณที่เป็นนักข่าวดูสิครับ เพราะสายข่าวของผมบอกว่าเพื่อนคุณอยู่ในเหตุการณ์ด้วย ถ้าติดต่อไม่ได้ ก็แสดงว่า..." ดิตถ์หยุดพูด ปั้นหน้าเศร้าใส่จิณห์ ก่อนพูดต่อ
       "เสียใจด้วยนะครับ"
       จิณห์วราหน้าเสียทันที ด้วยความเป็นห่วงสาระวารี ดิตถ์หันไปพูดกับจิตติ
       "ว่าไงครับคุณจิตติ ผมรู้มาว่าคุณอยากเข้าหุ้นเปิดคาสิโนกับษมามานานแล้ว แต่ษมามันไม่ยอม คราวนี้ไม่สนใจมาหุ้นกับผมบ้างเหรอครับ คุณมีเงิน ผมมีเส้นสาย คาสิโนเกาะพระฮามจะไปไหนเสีย"
       ดิตถ์ขำๆมั่นใจ จิณห์วราหันไปมองพ่อ จิตติมีสีหน้าครุ่นคิดว่าจะเอายังไงดี
       
       ผ่านเวลาซักครู่ ดิตถ์เดินหน้าหงิกออกมาจากบ้านจิตติ ลูกน้องที่รออยู่รีบมาเปิดประตูรถให้ และซักทันที
       "เป็นไงครับนาย เสี่ยจิตติตกลงมั้ยครับ"
       ดิตถ์ตะคอกใส่อย่างหงุดหงิด
       "ตกลงกับผีน่ะสิ ไอ้แก่ใจเสาะ กูไม่ง้อมันก็ได้วะ"
       ดิตถ์หงุดหงิดเดินหัวเสียขึ้นรถไป
       
       เวลาต่อเนื่องมา จิตติกำลังคุยกับจิณห์วราอยู่ในห้องรับแขก
       "ถึงพ่อจะอยากได้คาสิโนนี่มาก แต่พ่อก็ไม่โง่หุ้นกับคนอย่างไอ้ดิตถ์หรอก ไอ้นี่มันสิบแปดมงกุฎ สร้างภาพเป็นเจ้าของรีสอร์ต เจ้าของธุรกิจโน่นนี่ จริงๆก็เงินหมุนทั้งนั้น จะล้มวันไหนก็ไม่รู้ ขืนหุ้นกับมันก็เท่ากับเอาเงินไปทิ้งทะเลเท่านั้นเอง"
       จิณห์วรายิ้มดีใจ
       "ใช่ค่ะคุณพ่อ นายดิตถ์มันคงร้อนเงิน ก็เลยปั้นเรื่องมาหลอกคุณพ่อว่าคุณษมาตาย ไม่น่าเป็นไปได้"
       จิตติหน้าเครียดขึ้นมา
       "แต่เรื่องที่คุณษมากับหนูวารีถูกลอบฆ่าที่พระฮามเป็นเรื่องจริงนะลูก พ่อรู้ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว"
       จิณห์วราตกใจมาก
       "ทำไมพ่อไม่บอกจิณห์ล่ะคะ"
       " พ่อเห็นว่ายังไม่มีอะไรยืนยันว่า เค้าสองคนเป็นอันตรายจริงรึเปล่า พ่อเลยไม่อยากให้ลูกกังวล"
       จิณห์วราหน้าเครียดหนัก ยิ่งห่วงสาระวารีมากขึ้น
       "วารีจะเป็นยังไงมั่งเนี่ย"
       จิณห์วราร้อนใจ ลองโทรศัพท์มือถือออกหาเพื่อนทันที
       
       เวลาเช้า สาระวารีล้างหน้าแปรงฟันเสร็จแล้วเดินออกมาที่หน้าแคมป์เห็นษมาและทุกคน รวมทั้งคนงานกำลังนั่งทานอาหารเช้ากันอยู่ คนงานที่ทานเสร็จแล้วก็ช่วยกันเก็บกวาด จัดสถานที่ที่รกเลอะเพราะพายุเข้าเมื่อคืน ษมาทักทาย
       "หลับสบายมั้ย"
       "ค่ะ"
       สาระวารีทำจมูกฟุดฟิด
       "ฉันได้กลิ่นกาแฟกับไข่เจียว"
       ษมายิ้มๆ หยิบกระติกยาวๆ เทกาแฟร้อนๆ ใส่ถ้วยให้
       
       "มานั่งนี่สิ"

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
มนต์จันทรา ตอนที่ 13 อวสาน
มนต์จันทรา ตอนที่ 12
มนต์จันทรา ตอนที่ 11
มนต์จันทรา ตอนที่ 10
มนต์จันทรา ตอนที่ 9
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 36 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 34 คน
95 %
ไม่เห็นด้วย 2 คน
5 %
ความคิดเห็นที่ 7 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เนื้อเรื่องเข้มข้นมากชอบจัง
Supada123@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สนุกม๊ากๆๆ ขอบคุณนะคะที่ลงให้ได้อ่าน
หญิงๆ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากไปคาสิโนเกาะพระฮาม อิอิ
สาระไม่มี
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผู้ชายไรไม่รู้หล่อแล้วยังทำกับข้าวเก่งอีก น่ารักจริงๆ พ่อเชฟกระทะเหล็ก
เพ็ญ บ้านสวน ชลบุรี
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +8 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผู้ชายไรไม่รู้หล่อแล้วยังทำกับข้าวเก่งอีก น่ารักจริงๆ พ่อเชฟกระทะเหล็ก
เพ็ญ บ้านสวน ชลบุรี
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มาเร็วจังรอบนี้ ขอบุคุณมากค่ะ
เพ็ญ บ้านสวน ชลบุรี
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014