หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ คุ้มนางครวญ

คุ้มนางครวญ ตอนที่ 6

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
22 มกราคม 2557 09:23 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
คุ้มนางครวญ ตอนที่ 6
        คุ้มนางครวญ ตอนที่ 6 (ต่อ)
       
       รถตู้พาทักคนมาถึงคุ้มเสวียงแก้วในเวลาประมาณ 17.30 นาฬิกา รถตู้เลี้ยวเข้ามายังลานหน้าคุ้ม แล้วจอดลง คนงานชายไร้ชื่อทั้งสองวิ่งมา เห็นว่าทั้งคู่สวมสายสิญจน์ที่คอ
       
       ประตูรถเปิดออก เบิ้มลงมาจากตอนหน้า ประตูรถเลื่อนออก ลูกกบ มีมี่ มูมู่ รัก เก้ง ลงมา มองดูคุ้มตรงหน้าอย่างตื่นตะลึง
       ตัวคุ้มในเวลาเย็น แสงสีส้ม ฉาบทาด้านหนึ่งของคุ้ม ความสลับซับซ้อนของหมู่เรือนยอด หอคำ และหอสูงสังเกตการณ์ ทำให้เกิดมิติ และบรรยากาศเร้นลับบางอย่าง
       เบิ้มทึ่ง “โอ้โฮ”
       รักอุทานไม่เชื่อตา “แม่งใหญ่เป็นบ้า ไอ้แก้วโชคดีฉิบเลย
       “อลังสุดๆ” ลูกกบบอก
       มีมี่ มูมู่ และเก้ง ก็มองไปรอบๆ สองสาวมีอาการหอบจนนมกระเพื่อม
       “โอ เอ็มจี” เก้งรำพึง
       มีมี่บอก “เนื้อๆ เน้นๆ กล้ามคือกล้าม”
       มูมู่ว่า “ซิกซ์แพคเห็นๆ”
       สองคนงานชายนิรนามที่ใส่เสื้อไม่กลัดกระดุม แลเห็นแผงอกแกร่ง มายืนรับ มองดู 2 กะเทย กะ 1 เกย์ ท่าทีตื่นๆ เก้งระงับท่าที เดินไปรวมกลุ่ม เบิ้ม รัก ลูกกบ ส่วน มีมี่ มูมู่ ทำเอียงอายระคนร่านไปมา
       มีมี่กรี๊ด “ต๊าย ป้อจายจาวเหนือนี่ผิวเนียนขนาด”
       “ทั้งขาว ทั้งตึง เปรี๊ยะๆๆๆ ว้าย เหี่ยว”
       2 นางชะนีหันไปเห็นตาทองยืนเหี่ยวอยู่ในระยะประชิด ก็ร้องกรี๊ดผงะหงาย ตาทองมองอย่างปลงๆ ลูกกบ รัก เบิ้ม ตรงเข้ามาไหว้ตาทอง
       “หนูมาจากทีมละคร” ลูกกบแนะนำตัว
       “ผมรู้แล้ว ขนกระเป๋าลงมาได้เลยหนู”
       “ค่ะ คุณตา เอ๊ย คุณลุง”
       ลูกกบ เบิ้ม รัก มีมี่ และมูมู่ หันกลับไปยังรถตู้
       “เอ๊ะ พี่ฐาล่ะ” เบิ้มมองหา
       “หรือว่าจะหลับไม่ตื่น ไหลตายไปแล้ว” รักว่า
       เสียงฐาปกรณ์ด่าดังเข้ามา “ไอ้ห่ารัก กูยังไม่ตาย หลังกูกำเริบ มาช่วยกูก่อน”
       ลูกกบตกใจ “ว้าย ตายแล้วพี่ฐา”
       รักกับเบิ้ม เข้ารถไป ประคองฐาปกรณ์ในสภาพหน้านิ่วหลังแอ่นลงมา
       “เฮ้อ สังขาร”
       ฐาปกรณ์ตาเขียวใส่ ลูกกบทำไม่รู้ไม่ชี้ ฐาปกรณ์มองดูคุ้มตรงหน้าแล้วหายเจ็บหายปวด ตาทองก้าวมา
       “เชิญข้างในคุ้มเลยครับ คุณ เอ้า เอ็งสองคนช่วยคุณๆ ขนของ”
       2 คนงานชายเข้ามาช่วย มีมี่ มูมู่ หยิกทึ้งกันคิกคัก
       
       ฐาปกรณ์ รัก เบิ้ม ลูกกบ เก้ง มีมี่ มูมู่ เดินเข้ามาตรงบริเวณเติ๊นกลางคุ้ม มองดูการตกแต่งรอบๆ ยิ่งตื่นตาตื่นใจ ช่างหน้าช่างผมวี้ดว้ายไม่เลิก
       “ต๊าย อย่างกะวังเจ้า”
       “อุ๊ย ก็วังน่ะซียะ นังฉลาดน้อย ทางเหนือเรียกว่าคุ้ม”
       ระรินกับเฟื่องฟ้า แต่งตัวงดงาม ก้าวมาจากด้านใน ใบหน้ายิ้มระรื่น ชะเง้อชะแง
       “ไหน ไหน พระเอก”
       “ตรีภพล่ะ”
       รักยักคิ้วให้สองสาวใช้ “มีแต่พระรองจ้ะ”
       ระรินกับเฟื่องฟ้าเชิดใส่ หันไปซุบซิบ เม้าท์มอยกัน แต่เสียงไม่ค่อยดังนัก
       “มีแต่พวกทีมงาน”
       “ไม่งามเลยสักคน”
       บรรดาทีมงานอึ้ง ทำตาปริบๆ ทันใดมีเสียงวี้ดดังลั่นเข้ามาจากมุมหนึ่ง
       “ว้าย ดารา”
       เป็นสายใจที่ก้าวออกมา ด้วยสีหน้าตื่นเต้นยินดี ระริน เฟื่องฟ้า ยื้อยุดสายใจไว้
       “มีที่ไหนละคะ”
       สายใจไม่สนวิ่งเข้ามาอย่างตื่นเต้น ตรงเข้าหาฐาปกรณ์
       “พี่ฐา!”
       ฐาปกรณ์ อดีตพระเอกของวงการเมื่อนานมาแล้วสะดุ้ง มองดูสายใจงง ภาพอดีตเมื่อ 20 ปีก่อนหวนคืนมา
       “ทำไมเดี๋ยวนี้ไม่ยอมเล่นหนังเล่นละครบ้างเลยละคะ”
       ฐาปกรณ์ยิ้มภูมิใจ สายใจยิ้มหลงใหล บรรดาคนอื่น รวมทั้งระรินเฟื่องฟ้าปลงๆ
       ลูกกบแขวะ “อ๋อ สังขารน่ะค่ะ”
       ฐาปกรณ์หุบยิ้ม ตาทองกับสองคนงานขนกระเป๋าเข้ามา ตาทองมองสายใจปรามๆ สายใจรีบระงับท่าที
       “ไอ้ เอ๊ย คุณแก้วล่ะครับ” ฐาปกรณ์ถามตาทอง
       “คุณแก้วทราบแล้วว่าพวกคุณมา เดี๋ยวก็คงออกมาครับ”
       “เดี๋ยวก็คงตื่นค่ะ”
       สายใจหลุดปาก ตาทองมองดุปรามในที ฐาปกรณ์ ลูกกบ และรัก มองหน้ากันงงๆ
       มีเสียงนาฬิกาตีดัง บอกเวลา 6 โมงเย็น แสงจากภายนอกมืดลงวูบ สายใจและ 2 สาวใช้รีบเปิดไฟ ตามจุดที่จุดต่างๆ เพิ่มขึ้น ตาทองเชิญทุกคนให้นั่งที่ชุดรับแขก
       ฐาปกรณ์ ลูกกบ รัก เบิ้ม เก้ง มีมี่ มูมู่ นั่งเรียงราย เบิ้มนั่งหันไปยังกรอบช่องประตู
       ที่กรอบช่องประตู แก้วก้าวมาแล้วหยุดยืน เบิ้มมองไปแล้วตาเหลือก เห็นแก้วที่ยืนนิ่งอยู่ คล้ายมีเงาร่างอสูรกายของยอดหล้าทาบทับซ้อนอยู่
       “เฮ้ย”
       ทุกคนหันมามองตามสายตาเบิ้ม ภาพอสูรกายจางหายไป เหลือแก้วที่ดูหล่อเหลาขึ้น แต่ผิวขาวซีด และมีความเย็นชา แข็งกระด้างอยู่ แก้วก้าวเข้ามา ฐาปกรณ์กับพวกลุกขึ้น
       “คุ้มเวียงแก้ว ยินดีต้อนรับทุกคน”
       ฐาปกรณ์เข้าจับไม้จับมือแก้ว ดวงตาชื่นชม แกมละอายที่เคยด่าไว้มาก
       “ขอบใจ ขอบคุณ เอ้อ อ้า ขอบพระคุณเอ็ง เอ๊ย ขอบพระคุณเจ้าจริงๆ”
       “เรียกผมเหมือนเดิมเถอะครับ ยังไงผมก็คือไอ้แก้วคนเดิม”
       แก้วพูดเหมือนถ่อมตัว แต่ก็มีแววจิกกัดด้วย บรรดาคนอื่นมารุมล้อม ยกเว้นเบิ้มที่จดๆจ้องๆ ลูกกบกระซิบกับรัก
       ลูกกบกระซิบ “ถ้าให้เรียกเหมือนเดิม ก็ต้องเรียกไอ้ห่าแก้วสิ”
       รักหัวเราะก๊าก แก้วหันมามอง
       รักยิ้มแหยๆ “ผมรัก ผู้ช่วยครับ จำผมได้ใช่ไหมครับ”
       “จำได้ซีครับ ผมจำได้ว่าทุกคนเคยทำ...ทำดีกับผมยังไงบ้าง”
       แก้วยิ้มเยือกเย็น ฐาปกรณ์ยังเชลียร์ต่อ
       “นายดูดีขึ้นเยอะเลย บุญพาวาสนาส่ง สง่าราศีมันจับ”
       ลูกกบ รัก เก้ง มองดู มีมี่ มูมู่ กระซิบกัน
       “ว้าย ทั้งซีด ทั้งซูบ ยังกะถูกเสน่ห์อีเป๋อ”
       “หรือไม่ก็ถูกดูด” เก้งมองหน้า มู่มู่พูดต่อ “ดูดเลือดค่ะ พี่เก้ง”
       เบิ้มยังคงมองแก้วอย่างไม่วางใจ แก้วมองตอบ เบิ้มยิ้มแห้งๆ
       
       แก้วพาฐาปกรณ์และลูกทีมเดินทัวร์เรือนต่างๆ รักถ่ายรูป คนอื่นใช้มือถือถ่ายกันราวกับคณะทัวร์
       “แค่ยกเอาของสมัยใหม่ออก ก็ใช้เป็นฉากได้ทุกห้อง ทุกเรือนเลย” ฐาปกรณ์ว่า
       “ครับ”
       แก้วพาทุกคนมาหน้าเรือนหลวงหลัง ที่มีประตูไม้แกะสลักบานใหญ่มหึมา 2 บาน
       “เชิญครับ”
       แก้วผายมือ
       
       ฐาปกรณ์ รัก เบิ้ม เก้ง มีมี่ มูมู่ ก้าวเข้าไป แก้วหมุนปรับสวิชท์ไฟดิมเมอร์ให้แสงส่องสว่างขึ้นช้าๆ เผยให้เห็นท้องพระโรงใหญ่โต ตระการตา มีแนวเสาเรียงราย ประดับด้วยไม้แกะปิดทอง ที่สุดทางเป็นยกพื้น ที่เหนือยกพื้น ตั้งแท่นคำอลังการ เป็นไม้แกะลวดลายละเอียดยิบ ปิดทองและผังอัญมณี
       ฐาปกรณ์และลูกทีมตกตะลึงพรึงเพริด
       “สวยจริงๆ สวยยิ่งกว่าในรูปที่นายเมล์มาอีก”
       ฐาปกรณ์ เก้ง เข้าไปลูบๆคลำๆเสา แท่นคำ เริ่มมีการถ่ายรูป
       “นี่คือท้องพระโรงหลวงแห่งคุ้มเวียงแก้ว ที่ที่เจ้าหลวงประกอบราชประเวณี และต้อนรับแขกเมือง”
       “นี่ของเก่าหรือ แก้ว”
       “ของทุกชิ้นเป็นของเก่าที่บูรณะขึ้น ยกเว้นโคมระย้าข้างบนกับระบบไฟ...แต่ผมเตรียมอัจกลับแก้วโบราณไว้เปลี่ยนให้แล้ว”
       ฐาปกรณ์มองแก้วสุดทึ่ง พูดอย่างตื่นเต้น
       “นี่นายทุ่มเทเพื่อละครเรื่องนี้ ขนาดนี้เชียวหรือ”
       “ไม่เท่าไหร่หรอกครับ” แก้วตอบหน้าตาเฉย
       “ไม่เท่าไหร่ก็คือไม่กี่สิบล้านใช่ไหม”
       “จะเป็นไรไปครับ.. เพราะละครเรื่องนี้คือละครเรื่องสุดท้ายของผม”
       
       แก้วพูด ดวงตาฉายแววสะทกสะท้อนใจ ทว่าคนอื่นๆ ไม่เข้าใจความนัย

คุ้มนางครวญ ตอนที่ 6
        เรือนรับรองขนาดมหึมา มีลักษณะเป็นศาลากว้างราวศาลากลางเปรียญย่อมๆ อยู่ทางด้านหลังคุ้ม มีเสาใหญ่เป็นระยะ มีพื้นที่โล่งกว้าง ตรงกลางยกพื้นขึ้น และแนวระเบียงรอบๆ ที่ต่ำลงมา 3 ด้าน ทางด้านหนึ่งมีเรือนฝากั้นมิดชิด กับห้องน้ำ ห้องส้วม และยังมีม่านที่สามารถใช้กั้นเป็นสัดส่วนได้
       
       ในขณะนั้นเป็นเวลาราวสี่ทุ่ม หลังจากแก้วเลี้ยงอาหารมื้อใหญ่ บรรดาทีมละครกำลังจับจองที่ บ้างก็รื้อเสื้อผ้าของส่วนตัวมาแขวน มาจัดไว้รอบที่นอนของตัวเอง ลูกกบแต่งชุดนอนเสื้อกางเกง รักอาบน้ำแล้วกำลังแต่งตัว เบิ้มยังไม่แต่งตัวใหม่ เก้งแต่งชุดนอนมีลายยี่ห้อดูหรู ลูกกบอยู่ทางซีกซ้ายของเรือนโดดเดี่ยว
       “ตกลงตามนี้นะยะ ซีกขวาผู้ชาย ซีกซ้ายผู้หญิง” ลูกกบแจง
       “เออ ไม่มีใครข้ามไปเล่นผีผ้าห่มกับแกหรอก” รักว่า
       เก้งปรายตาค้อนเริดๆเชิดๆ เบิ้มมองรอบตัวอย่างหวาดหวั่นอยู่คนเดียวมีเสียงดังมาจากหลืบห้องน้ำ
       มีมี่ถาม “แล้วหนูละคะ เจ๊”
       มูมู่ซัก “จะให้หนูสองคนนอนซีกไหน”
       “ถ้าแกอาบน้ำแต่งตัวเป็นชั่วโมงแบบนี้ ก็นอนมันในส้วมเถอะ” ลูกกบแดกดัน
       “จะนอนอยู่แล้ว ทาครีมอะไรกันอยู่วะ” รักบ่น
       “ใครบอกล่ะว่าอีสองตัวนี้จะนอน” เก้งพูดอย่างรู้ทัน
       ทุกคนมองไป เห็น มีมี่ มูมู่ ก้าวมา สองนางแต่งซิ่น ห่มสไบ ผมปักดอกไม้คำร้อยดอก แต่งหน้าเนียน ทาตาสิบสี เบิ้มผู้ซึ่งกลัวผีจับจิตร้องอุทาน
       “แหก!”
       “ว้าย คนนะคะ ไม่ใช่ผี”
       “เออ แกเป็นอะไร ไอ้เบิ้ม ฉันเห็นแกทำท่าตาแหกมาตั้งแต่เย็นแล้ว”
       เบิ้มบอกท่าทีสยอง “ผมว่าที่นี่ต้องมีอะไรๆแน่เลย”
       “ปูโธ่ กลัวอะไรวะ ผีอยู่ส่วนผี คนอยู่ส่วนคน” รักบอก
       เบิ้มถอนใจเลิกพูด มีมี่ มูมู่ มานั่ง เอาตลับแป้งมากดแป้งพัฟเติมมิรู้แล้ว
       “อ้อ ลืมไป แกสองคน แต่งผีเจ้านางทำไมยะ” ลูกกบแปลกใจ
       มีมี่บอก “นัดกะเฟื่องฟ้ากะระริน วัดถัดไปมีงานปอยหมุยอะไรไม่รู้”
       “เราก็เลยจะไปเป็นเกียรติให้งานซะหน่อย” มูมู่ยิ้มกระหยิ่ม
       รักเซ็ง “เวร”
       มีมี่บอกอีก “เมื่อกี้คุณแก้วเลี้ยงฉันยังไม่อิ่มดี ฉันจะไปหาอาหารเหนือกิน ฮิฮิ”
       “ทั้งไส้อั่วเนื้อแน่นๆ กับน้ำพริกหนุ่ม”
       ตาทองโผล่หน้ามาใกล้ 2 กะเทย มูมู่ตาเหลือก
       “ว้าย น้ำพริกแก่”
       ตาทองมองดูมีมี่ มูมู่ อย่างสยดสยองใจ แต่ไม่วิจารณ์
       “มีอะไรหรือคะ คุณลุง” ลูกกบถาม
       “พวกคุณเพิ่งมา ผมเอาสายสิญจน์นี่มาให้”
       ทุกคนสบตากันงงงวย เบิ้มตาเหลือก ตาทองรีบแก้
       “เป็นการรับขวัญพวกคุณ ใส่ไว้นะครับแล้วจะโชคดี”
       “เป็นธรรมเนียมคุ้มหรือครับ เห็นใส่กันทุกคนเลย” เก้งถาม
       “ครับ ใส่ไว้นะครับ ทุกคน”
       ตาทองส่งให้ลูกกบ ลูกกบแจกต่อไปเรื่อยๆ ทุกคนรับมาคล้องคอ
       เบิ้มอดไม่ได้ “ลุง...ที่นี่มีอะไรแบบนั้นหรือเปล่าครับ”
       “อย่ากลัวไปเลยครับ เดี๋ยวพวกคุณก็จุดธูปไหว้อารักษ์ เจ้าที่เจ้าทางซะ ก็ไม่มีอะไรแล้ว ผมไปล่ะ”
       ตาทองตัดบทรีบไป
       ลูกกบปรารภขึ้น “เขาว่าคนที่มีเซ้นส์เจอผีน่ะมี 3 พวก คือพวกนักเขียน พวกติสท์ แล้วก็...”
       มีมี่ซัก “อะไรคะ”
       “แล้วก็พวกตุ๊ด กะเทยไงยะ” ลูกกบบอก
       มีมี่เถียง “ไม่จริงค่ะ หนูไม่มีเซ้นส์ เพราะหนูเป็นผู้หญิงคร่อมเพศ”
       “หนูมีแต่เกย์ดาร์.. ผีเห็นผี”
       มูมู่มองเหล่เบิ้ม เบิ้มเมิน เก้งถลึงตาใส่ ช่างหน้าช่างผม ดึงสายสิญจน์ออกจากคอ ส่งให้ลูกกบ
       “ฝากไว้ก่อนนะเจ๊กบ ใส่แล้วไม่รับหน้าค่ะ”
       “ไปดีกว่า เดี๋ยวตลาดวาย ผู้ชายหมด”
       
       งานวัดเลิกแล้ว มันเป็นเวลาราวตีสอง มีมี่ มูมู่ หน้ามัน เครื่องสำอางลอยตัวคล้ายสังขยา เดินกระย่องกระแย่งมาตามทางข้างคุ้มเวียงแก้ว ส้นสูงกัดมา
       “นังเฟื่องฟ้ากะระรินตอแหล บอกมีป้อจายละอ่อน ที่ไหนได้มีแต่พวกขี้เหล้าสักทั้งตัว ทั้งเกร็งทั้งดำ”
       “แต่ดูๆไปก็เซ็กซี่นะ เตง”
       “ต่ำ!”
       สองกะเทยค้อนควักกันไปมา แล้วชะงักมองไปเบื้องหน้า ตาลุกวาว มองหน้ากัน
       “ป้อจายมาเป็นหมู่คณะ”
       สองชะนีคร่อมเพศเดินระทวยเข้าไป มีผู้ชาย 4 คนยืนอยู่ หันหลังให้
       “คุณขา ขอความช่วยเหลือหน่อยค่ะ”
       “เราสองคนหลงทางค่ะ”
       ชายทั้ง 4 ยืนนิ่ง สองคนเข้าไปใกล้
       มีมี่เล่นลิ้น “หลงทางรัก”
       ชายทั้ง 4 หันร่างมาอย่างลำบาก พบว่าพวกมันคือร่างที่เป็นซากแห้งของสมุนโจรทั้ง 4 นั่นเอง มีมี่ มูมู่ ชะงัก มองดู เห็นที่คอทุกคนมีปลอกเหล็กกับโซ่
       “ต๊าย โซ่แส้ กุญแจมือ”
       สมุนโจรคนหนึ่งพลันคอพับ เห็นว่าคอเกือบขาด แต่มีเศษหนังรุ่งริ่งยึดไว้ มีมี่ มูมู่ ตาเหลือก
       มีเสียงหัวเราะคิกคัก เสียงโซ่กรุ๊งกริ๊งดังมา มีมี่ มูมู่ ถอยกรูดออกไป เห็นว่าโซ่ 4 เส้นที่ล่ามจากคอซากศพ อยู่ในมือนางผัน นางเผื่อน ที่หน้าดูขาวซีด ท่อนล่างจางๆ ไม่ติดพื้น
       “ซอมบี้”
       “ผีชะนี”
       มีมี่ มูมู่ วิ่งตะกายหนีไม่คิดชีวิต นางผัน นางเผื่อน งงงวย
       “ผีชะนีคือกระไร”
       “ข้าจะรู้ได้ยังไง อีวอก”
       “นังสองคนนี้ร่านนัก ต้องหลอกมันให้เข็ด”
       “ใช่ ร่านกว่าเจ้าสมัยก่อนอีก”
       นางผันถลึงตาแล้วเลือนวูบไป นางเผื่อนวูบหายตาม
       
       มีมี่ มูมู่ตาเหลือก หิ้วส้นสูงถลกซิ่นวิ่งมาไม่คิดชีวิตจนมาถึงสวนของคุ้ม มูมู่วิ่งนำ มีมี่วิ่งตาม มีมี่หกล้มคว้าซิ่นมูมู่ไว้ ซิ่นลุ่ยหลุด มูมู่คว้าไว้ทัน
       “ว้าย อีบ้า”
       “ฮือ รอเค้าด้วย เตง”
       มีมี่ลุกขึ้นยืนเคียงมูมู่ ทันใดร่างเลือนรางของนางผัน นางเผื่อน ก็ลอยโผล่ขึ้นมาตรงหน้า หัวเราะหลอกหลอน ช่างหน้าช่างผม ช็อกตัวแข็งทื่อ
       “ฮือ กลัวแล้วจ้า อย่าหลอกอย่าหลอนหนูเลย” มูมู่ว่า
       มีมี่บอก “แล้วจะทำบุญไปให้”
       ผันด่า “ข้าไม่อยากได้บุญเจ้า นังร่าน”
       เผื่อนด่าตาม “แม่ญิงอันใด...จึงได้ร่านขนาดนี้”
       นางผัน นางเผื่อน ยื่นมือมาดูน่าสะพรึงกลัวยิ่ง มีมี่ มูมู่ตัวแข็ง มูมู่ซิ่นหลุดไปกองคาพื้น นางผัน นางเผื่อน ก้มมอง แล้วสะดุ้งสุดตัว ชี้นิ้วระริกระรัว
       “ว้าย”
       “นั่นกระไร”
       มูมู่เกิดพุทธิปัญญา เมื่อเห็น 2 นางบริวาร ยกมือป้องตา
       “อีมีมี่”
       “อะไร”
       “แก้ผ้าเร็ว”
       มีมี่หัวไวแก้ผ้าซิ่นหลุดผลัวะมายืนเคียง นางผัน นางเผื่อน ถอยกรูดๆ มีมี่ มูมู่ สบตากัน ก้าวคุกคาม
       2 นางบริวารที่ร้องกรี๊ดสุดเสียง ร่างหายวับไป มีมี่ มูมู่ หันมาไฮไฟว์กัน
       ไฟสปอร์ตไลท์ในสวนสว่างขึ้น มีมี่ มูมู่ ยืนภูมิใจ ตาทอง 2 คนงานชาย สายใจ เฟื่องฟ้า และระริน วิ่งมาดู
       ลูกกบ เก้ง เบิ้ม รัก มาหมด มองดูสองพธูเป็นตาเดียว สองนางช่างหน้าช่างผมมัวแต่ภูมิใจลืมดูสารรูปตัวเองไป
       “ผีมันกลัว”
       “ผีมันกลัวหนูค่ะ”
       2 คนงานร้อง “เฮ้ย” ส่วน สายใจ เฟื่องฟ้า ระริน เบือนหน้าหนีร้อง “ว้าย” ลูกกบทำหน้าขยะแขยง เก้งเชิดใส่ เบิ้มส่ายหัว
       “ผีมันไม่ได้กลัวหนูหรอก มันกลัวจู๋ว่ะ” รักประชด
       สองกะเทยรู้สึกตัว ร้องวี้ดสุดเสียง
       
       ที่ห้องใต้ดินคุ้มร้าง ซากศพทั้ง 4 เดินอย่างยากลำบากมา เข้าไปในซอกโพรงอิฐ นางผัน นางเผื่อน ปรากฏกายวูบขึ้น ยังมีอาการสยดสยองอยู่
       “ฮือ อีสองตัวนั่นไยมี...”
       “มันไม่ใช่แม่ญิง กาลกิณี ขืดนัก”
       ยอดหล้าเดินกรายร่างมา แก้วเดินตาม
       “อะไรกัน พวกเจ้า”
       “ไม่มีอะไรเจ้า เจ้านาง”
       ยอดหล้าหยุดดู ซากศพทั้ง 4 ในโพรงอิฐ
       “ซากพวกนี้ใช้การไม่ได้”
       ผันสงสัย “มนต์ปลุกชีพไม่ได้ผลหรือเจ้า”
       ยอดหล้าเอ็ด “อย่ามาสู่รู้ มนต์ปลุกชีพของข้าได้ผล มันจึงเคลื่อนไหว เดินเหินตามที่ข้าสั่งได้ แต่ซากของมันผุพังมากแล้ว ข้าไม่อยากเห็นของที่ไม่สวยไม่งาม”
       เผื่อนเสนอ “งั้นก็หาซากใหม่ๆมาลองอาคมสิเจ้า”
       ยอดหล้ายิ้มเยือกเย็น “ข้าก็คิดไว้เช่นนั้น”
       แก้วทักท้วง “ถ้ามีคนหายไปอีก คนก็จะยิ่งสงสัยนะครับ”
       ยอดหล้ามองดูแก้วอย่างรำคาญ “แล้วทำไม”
       “พวกแก๊งค้ายานั่นมันยังจะมากันอีก ถ้ามีคนหายคนตายอีก คนก็จะยิ่งสงสัย ยิ่งเข้ามาขุดคุ้ยความจริง”
       “เจ้าก็รู้ว่าถ้ามันเข้ามา มันก็จะไม่มีทางรอดออกไป” ยอดหล้าบอกอย่างลำพอง
       แก้วอดสูขมขื่นใจนัก มองยอดหล้าอย่างผิดหวัง
       “แต่เจ้านาง”
       ยอดหล้าขึ้นเสียง “หยุดพิรี้พิไรเถิด นี่ไม่ใช่กงการอะไรของเจ้า ว่าแต่งานของเจ้าเถิด”
       “ครับ”
       “เมื่อไหร่พี่เทพจักมายังเวียงแก้วเสียที”
       “อีกสองวันเท่านั้นเจ้านาง”
       ยอดหล้ายิ้มพริ้มพราย มองเลยไปอย่างเปี่ยมหวัง ก้าวกรายผ้าคลุมไหล่ลากระพื้น
       “อีกสองวัน คุ้มเวียงแก้วจักได้ต้อนรับท่านเป็นครั้งที่สอง ประวัติศาสตร์จะเกิดขึ้นอีกครั้ง เพียงแต่คราวนี้ การณ์ต้องไม่เหมือนเดิม คราวนี้ข้าจะสมหวัง ข้าจะสมรัก ข้าจะต้องชนะ”
       แก้วมองยอดหล้า มีแววจงรักระคนเสียดาย เกิดขึ้น ยอดหล้าตาวาวหุบยิ้ม
       “แต่นังดารารายต้องพินาศ ต้องเจ็บปวด ทรมานยิ่งกว่าที่ข้าเคยได้รับ”
       
       ใบหน้างามของยอดหล้ากลับมากราดเกรี้ยว และกลายเป็นใบหน้าอสูรกายอันน่ากลัวทันควัน
       
       อ่านต่อตอนที่ 7

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
ข่าวล่าสุด ในหมวด
คุ้มนางครวญ ตอนที่ 22 จบบริบูรณ์
คุ้มนางครวญ ตอนที่ 21 (จบตอน)
คุ้มนางครวญ ตอนที่ 20 **แก้ไข
คุ้มนางครวญ ตอนที่ 19**แก้ไข
คุ้มนางครวญ ตอนที่ 18
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 11 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 10 คน
91 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
9 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014