หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ ในสวนขวัญ

ในสวนขวัญ ตอนที่ 12 จบบริบูรณ์

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 22 มกราคม 2557 16:56 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
ในสวนขวัญ ตอนที่ 12 จบบริบูรณ์
       ในสวนขวัญ ตอนที่ 12 อวสาน (ต่อ)
       
       เป็ดปุ๊กนั่งอยู่ที่โต๊ะอ่านข้อมูลต่างๆในคอมพิวเตอร์ เพื่อจะบันทึกกลับไปทำงาน
        
       ครู่หนึ่ง เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นเธอหยิบมาดู แล้วกดรับสาย
       “ว่าไงคะพ่อ”
       “พ่อโทรมาบอกเป็ดว่า ย่าขวัญเขาชวนพ่อไปถือศีล นอนค้างที่วัด พ่ออยากจะไปกับเขา”
       “ไปเมื่อไหร่คะ”
       “วันนี้”
       “วันนี้เหรอคะ แหม คิดว่าจะฉลองสักหน่อย”
       “ฉลองอะไร”
       “เป็ดได้กลับมาเป็นหัวหน้าเหมือนเดิมแล้ว”
       “จริงเหรอ ดีใจด้วยนะลูก ทำไมเจ้านายเขาถึงคืนตำแหน่งให้ลูกล่ะ” เชียรดีใจ
       “ลูกค้าเขากลับมาจากต่างประเทศ พอเขารู้เรื่องเป็ด เขาก็โทรมาบอกความจริงกับพี่พิมน่ะค่ะ”
       “แล้วคนที่ใส่ร้ายเราล่ะ”
       “แก้วลาออกไปแล้วค่ะ”
       “พ้นทุกข์สักทีนะลูก เอ แล้วยังไงดี เรื่องไปถือศีล”
       “พ่อไปเถอะค่ะ ไว้ฉลองทีหลัง”
       “เอางั้นนะ เออ เป็ดปุ๊กไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัยนะ ไม้เขาอาสามาดูแลลูกให้”
       “ไม่จำเป็นหรอกค่ะ”
       “พ่อจะได้สบายใจไง เผื่อจะมีโจรแอบเข้ามาอีก เขาจะอยู่ค้างเป็นเพื่อนด้วยนะ ให้นอนที่โซฟาข้างล่าง”
       เป็ดปุ๊กนิ่งไปนิดหน่อย
       “บอกเขาว่า แค่อยู่ดูแลก็พอ ไม่ต้องค้างหรอก เขาน่ะน่ากลัวกว่าโจรอีก”
       “พูดอะไรอย่างนั้น โอเคนะลูก แล้วยังไงค่ำๆพ่อจะโทรมาหา” เชียรหัวเราะ
       “ค่ะ สักพักเป็ดก็จะกลับแล้ว พี่พิมเขาให้เอางานไปทำที่บ้านแต่คงไม่ทันพ่อ แล้วค่อยคุยกันค่ะ”
       เป็ดปุ๊กกดวางสาย...เชียรวางโทรศัพท์ ไม้รออยู่ในบ้าน
       “เขาบอกว่าเธอไม่ต้องค้างก็ได้ เธอน่ากลัวกว่าโจรซะอีก”
       เชียรพูดแล้วหัวเราะ ไม้ก็ยิ้มด้วย
       “งั้นฉันจัดกระเป๋าหน่อยนะ ไม่รู้ต้องเตรียมอะไรไปบ้าง”
       “ก็พวกเครื่องใช้ส่วนตัว สบู่ ยาสีฟัน ชุดขาวล่ะครับ มีไหม ถ้าไม่มีเดี๋ยวผมเอาของผมไปให้ก็ได้ น่าจะพอใส่กันได้”
       
       ชาวบ้านจำนวนหนึ่ง ส่วนใหญ่จะเป็นคนแก่ แต่งชุดขาว ทยอยเดินเข้ามาที่ศาลาวัด รถกระบะของไม้แล่นเข้ามาจอดที่ลานวัด ไม้เปิดประตูลงจากรถ อีกด้านหนึ่ง เชียรเปิดประตูลงมา เขาใส่เสื้อเชิ้ตขาว แต่ยังใส่กางเกงสีเข้ม แล้วย่าขวัญก็ตามลงมา ไม้เอาตะกร้าของย่าขวัญ และกระเป๋าของเชียรลงมาด้วย เดินมาหาย่าขวัญกับเชียร ย่าขวัญรับตะกร้ามา เชียรก็เอากระเป๋ามา
       “เดี๋ยวผมจะไปเอากางเกงขาวของผมมาให้นะครับ”
       ย่าขวัญขัดขึ้น
       “จริงๆไม่ต้องเปลี่ยนหรอก สีนี้ก็ใส่ได้”
       “กลัวคุณเชียรจะเขินน่ะย่า ไม้เคยมาแล้ว”
       ไม้กลับไปขึ้นรถ ถอยรถออกไป ย่าขวัญหันไปชวนเชียร
       “ไป คุณเชียร ขึ้นไปกราบพระก่อน”
       ย่าขวัญกับเชียรพากันไปที่ศาลาวัด
       
       ไม้อยู่บนบ้านต้นไม้ กำลังหากางเกงขาวจากตู้เสื้อผ้าไม้เลือกออมาดู 2-3 ตัว รถแท็กซี่คันหนึ่งแล่นผ่านมา ชะลอที่หน้าร้านสวนขวัญนิดหน่อย แล้วแล่นเลยไปประมาณยี่สิบเมตร แล้วจอด แก้วเปิดประตูลงมาจากรถ รถแท็กซี่แล่นออกไป แก้วมองซ้ายมองขวา แล้วค่อยๆเดินแอบๆเข้าไปใกล้ๆร้านสวนขวัญ มองเข้าไปเห็นฝ้าย ดำ และแมนกำลังจัดของในร้านอยู่ แก้วค่อยๆย่องเดินแอบไปข้างๆร้าน แล้วเข้าไปในสวนหลังร้าน
       
       แก้วเดินออกมาจากในสวน แล้วมองขึ้นไปบนบ้านต้นไม้ พึมพำเบาๆกับตัวเอง
       “อยู่หรือเปล่าก็ไม่รู้”
       แก้วเอาโทรศัพท์มือถือของตัวเองออกมา กดเบอร์ แล้วรอฟังครู่หนึ่ง เสียงสัญญาณโทรศัพท์ของไม้ ดังลงมาจากข้างบน แก้วยิ้ม รู้แล้วว่าไม้อยู่ข้างบน...โทรศัพท์ของไม้วางอยู่บนโต๊ะ เสียงโทรศัพท์ดังต่อเนื่องมา
       ไม้วางกางเกงขาวที่ถือไว้ลง แล้วหันมาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู พอเห็นชื่อแก้วนึกไม่ชอบ
       “โทรมาทำไมอีก”
       ไม้กดวางสายวางโทรศัพท์ไว้ แล้วหันกลับไป จัดกางเกงเก็บใส่กระเป๋าต่อ ไม้เก็บกางเกงลงกระเป๋าเสร็จเรียบร้อย ก็หันไปหยิบโทรศัพท์ แล้วหิ้วกระเป๋าขึ้น หันกลับจะเดินไปที่บันไดลงจากบ้านต้นไม้ แต่ก็ต้องชะงัก
       เพราะแก้วปีนพ้นบันไดขึ้นมาพอดี พอขึ้นมาได้ แก้วจัดเสื้อผ้านิดหน่อย แล้วยิ้มให้
       “สวัสดีค่ะคุณไม้”
       “คุณขึ้นมาได้ยังไง” ไม้ไม่พอใจ
       “ก็แก้วคิดถึงคุณไม้ อยากคุยกับคุณ”
       “วันก่อนผมก็ไปบอกกับคุณแล้วนี่ ไม่ต้องมายุ่งกับผมอีก”
       แก้วนึกโมโหเหมือนกัน แต่ต้องยิ้มสู้ไว้ก่อน
       “แก้วเข้าใจค่ะ ที่คุณไม้ทำอย่างนั้น เพราะอยากจะแก้ตัวกับเป็ดเขาใช่ไหมล่ะ ความจริงรูปนั่นน่ะ แก้วก็แค่ส่งไปหยอกเป็ดเล่นๆเท่านั้นเอง เขาคงเอาไปฟ้องคุณไม้ใช่ไหมล่ะคะ เป็ดนี่ฉวยโอกาสจริงๆ”
       “ใครฉวยโอกาสกันแน่ คุณต่างหากที่หาทางกลั่นแกล้งคุณเป็ดตลอดเวลา ไม่กลัวบาปเลยหรือไง ที่กรรมมันสนองคุณอยู่นี่ ยังไม่รู้สึกอีกเหรอ” ไม้สวน
       “กรรมอะไรคะ”
       “ผมรู้เรื่องที่คุณถูกปลดจากตำแหน่งหัวหน้า แล้วเจ้านายเขาแต่งตั้งคุณเป็ดให้กลับเป็นแทนแล้ว”
       แก้วโกรธ แต่กลับแกล้งทำเป็นจะร้องไห้
       “เป็ดเอาเรื่องนี้มาโพทนาด้วยเหรอคะ แล้วเขาบอกหรือเปล่าคะ ว่าทั้งหมดเนี่ยเขาต่างหากที่ใส่ร้ายแก้ว ทำให้เจ้านายเข้าใจแก้วผิด”
       ไม้อึ้งไปนิดหน่อย แล้วทำท่าเบื่อสุดๆ
       “โอ คุณนี่ไม่เลิกจริงๆนะ น่าเบื่อมากๆ ไปซะ ลงไปจากบ้านผม หรือจะต้องให้ผมโยนคุณลงไป”
       แก้วร้องไห้โฮ
       “คุณไม้ใจร้าย ไม่ค่ะ แก้วไม่ไปไหนทั้งนั้น แก้วจะอยู่บนนี้ อยู่ที่นี่จนกว่าคุณไม้จะให้โอกาสแก้ว”
       แก้วพุ่งเข้าไป กะจะกอดแต่ไม้เบี่ยงตัวหลบเสียก่อน แก้วถลาไป แล้วล้มลงกับพื้น ไม้ส่ายหน้าเบื่อๆ
       “ตามใจ อยากจะอยู่ก็อยู่ไป”
       ไม้เดินไปที่บันได แล้วปีนลงบันไดไปทันที
       “คุณไม้ เดี๋ยวซิคะ ทำแบบนี้ได้ยังไง”
       แก้วรีบยันตัวลุกขึ้น นึกโกรธจนตัวสั่น
       “ฮี ไอ้บ้า อย่าคิดนะว่าฉันจะยอมง่ายๆ”
       
       ไม้ลงมาจากบ้านต้นไม้ เสียงแก้วยังดังตามลงมา
       “คุณไม้ รอแก้วด้วยซิคะ”
       ใครบางคน กำลังแอบมองไม้มาจากหลังต้นไม้ไม่ห่างนัก ไม้ยืนมองขึ้นไป ท่าทางไม่พอใจ แล้วรีบเดินหนีเข้าไปในสวน แก้วตามลงมา แต่เพราะความรีบร้อน ทำให้แก้วเหยียบบันไดพลาด รูดตกลงมา
       “โอ๊ย...”
       แก้วลงมานั่งก้นจ้ำเบ้ากับพื้น ร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด
       “โอย คุณไม้ ช่วยแก้วด้วย”
       แต่เมื่อไม่ได้วี่แววว่าใครจะมาช่วย แก้วก็ค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้น
       
       เป็ดปุ๊กถอยเข้ามาจอดในบ้านเปิดประตูลงมาจากรถ แล้วมองเข้าไปในบ้าน
       “พ่อคะ พ่อ อยู่ไหม”
       เป็ดปุ๊กรอครู่หนึ่ง แต่ไม่มีเสียงตอบ
       “คงไปวัดแล้ว”
       เป็ดปุ๊กก้มกลับเข้าไปในรถ เอากระเป๋าถือ และแฟ้มเอกสารหลายแฟ้มออกมาแต่พอจะปิดประตูรถ แฟ้มก็หล่นลงไปที่พื้น เป็ดปุ๊กเบื่อๆ แล้วก้มลงเก็บแฟ้ม
       
       ใครบางคนหลบอยู่หลังต้นไม้ มองไปที่ไม้ที่กำลังเดินมาในสวน ไม้ เดินผ่านต้นไม้ต้นหนึ่ง แล้วทันใด หมึกก็ออกมาจากหลังต้นไม้ พร้อมกับไม้ท่อนในมือ หมึกฟาดท่อนไม้นั้นลงที่ท้ายทอย ไม้ล้มลงทันที หมึกชักมีดออกมา แล้วนั่งคุกเข้าลงข้างๆร่างของไม้ที่หมดสติอยู่ เงื้อมีด กำลังจะแทงลงไปที่ร่างของไม้ แก้วเดินโซเซกระเซอะกระเซิงออกมาพอดี พอแก้วเห็นหมึกกำลังจะแทงไม้ ก็ร้องลั่น
       “ว๊าย...”
       หมึกหันมามอง แก้วตกใจยืนนิ่ง...เป็ดปุ๊กที่กำลังเก็บแฟ้มอยู่หน้าบ้านได้ยินเสียงแก้ว ก็หันไปมองทางกำแพงทันที
       แก้วยืนนิ่งตกใจ หมึกลุกขึ้น แก้วมองไปที่มีดในมือแล้วตัดสินใจวิ่งหนีไปทันที หมึกออกวิ่งตาม แก้วร้องลั่น
       “อย่านะ ช่วยด้วยค่า ใครก็ได้ช่วยที”
       เป็ดปุ๊กเดินมายืนข้างกำแพง เสียงของแก้วดังแว่วเข้ามา
       “ช่วยด้วยค่า มันจะฆ่าฉัน”
       เป็ดปุ๊กตกใจ แล้วเอาโทรศัพท์ขึ้นมา กดเบอร์...แก้ววิ่งหนีลึกเข้าไปในสวนร้องตะโกน
       “ช่วยด้วยค่า ช่วยด้วย”
       หมึกวิ่งตามมาจนทันแก้ว แล้วเข้าไปจับตัวไว้
       “อย่านะ อย่าทำฉัน ปล่อยฉัน”
       หมึกล็อคคอแก้วไว้...ไม้หมดสติอยู่ เสียงแก้วดังเข้ามา
       “ช่วยด้วยค่ะ อย่าทำอะไรฉัน”
       ไม้เริ่มขยับตัว แต่พอจะลุกขึ้นก็รู้สึกปวดท้ายทอย เอามากุมที่ท้ายทอยนิดหน่อย เสียงร้องของแก้วยังดังอยู่
       “ช่วยด้วย อย่านะ อย่าทำฉัน”
       ไม้ได้ยินแล้ว ก็พยายามยันตัวลุกขึ้นนั่ง...หมึกล็อคคอแก้วเอาไว้
       “ปล่อยฉันนะ ไอ้บ้า บอกให้ปล่อย”
       หมึกเอามือมาปิดปากแก้วไว้
       “หยุดแหกปากได้แล้ว ไม่งั้นกูเสียบมึงแน่ๆ”
       หมึกยกมีดให้ดู แก้วยอมเงียบ แต่พยายามจะพูดอะไรบางอย่าง
       “ถ้ามึงร้องอีก มึงตายแน่”
       แก้วพยักหน้า หมึกเลยยอมเปิดปากแก้ว แต่ก็ยังล็อคคอไว้อยู่ แก้วถามทันที
       “แก...แกทำงานให้คุณโอมหรือเปล่า”
       “พูดเรื่องอะไร”
       “เราเป็นพวกเดียวกัน ฉันเป็นแฟนคุณโอม”
       “อะไรนะ” หมึกงง
       ไม้โซเซตามมาถึงพอดี
       “เฮ้ย ปล่อยผู้หญิงนะ”
       หมึกหันมาทางไม้
       “ดีเหมือนกัน จะได้ทำงานให้เสร็จ”
       หมึกผลักแก้วออกไป แล้วหันมาเผชิญหน้ากับไม้
       
       หทัยนั่งทำงานอยู่ในสำนักงาน ครู่หนึ่ง เสียงเคาะประตูดังขึ้น แล้วประตูก็เปิดเข้ามา หัวหน้า รปภ.ของหมู่บ้านเข้ามา
       
       “คุณหทัยครับ เกิดเรื่องแล้วครับ”

ในสวนขวัญ ตอนที่ 12 จบบริบูรณ์
       หทัยกับหัวหน้า รปภ. ออกมาจากสำนักงาน
        
       พิกุลตามมายืนอยู่หน้าสำนักงานด้วย รถของเป็ดปุ๊กจอดรออยู่ พอเห็นหทัยออกมา เป็ดปุ๊กก็เปิดประตูลงจากรถ
       “มีอะไรเหรอคะคุณเป็ด”
       “เป็ดได้ยินเสียงผู้หญิงร้องมาจากสวนของไม้น่ะค่ะ”
       หทัยแปลกใจ
       “ไปด้วยกันไหมคะ”
       “ไปก่อนเลยค่ะ ดิฉันจะขับรถตามไป” หทัยหันไปสั่งพิกุล “โทรแจ้งตำรวจด้วย”
       พิกุลรีบกลับเข้าไป เป็ดปุ๊กกลับเข้าไปนั่งในรถ หทัยไปขึ้นรถของตน ส่วนหัวหน้า รปภ.ก็ขึ้นขี่มอเตอร์ไซค์
       รถเป็ดปุ๊กเคลื่อนออกไป
       
       ไม้ตั้งท่าเตรียมรับ หมึกถือมีดอยู่ในมือ แล้วหมึกก็พุ่งเข้าไปจะแทง ไม้หลบได้อย่างเฉียดฉิว หมึกหันกลับมากวาดมีดใส่อีก ไม้หลบแล้วชกหมึกได้หนึ่งหมัด หมึกเซถลาไป หมึกกับไม้ต่อสู่กัน ผลัดกันรุกผลัดกันรับ มีแก้วยืนลุ้นด้วยอาการกลัวๆอยู่ห่างๆ แล้วที่สุด ไม้ก็พลาดท่า หมึกพุ่งมีดเข้าไปเหมือนจะถูกที่ท้อง ไม้ผงะหงายไป ล้มลงมีใครคนหนึ่งเข้ามารับตัวไม้ไว้ พอไม้หันมาก็ต้องชะงัก เป็นหทัยที่เข้ามา
       “ไม้ เป็นไงบ้าง”
       ไม้หันไปมองรอบๆ เป็ดปุ๊ก หน.รปภ. ฝ้าย ดำ แมน มายืนออกันอยู่ด้านหลังหทัย ไม้มองที่ท้อง มีเลือดออกมานิดหน่อย แค่เป็นแผลถากๆไป
       “แค่ถากไปน่ะครับ ไม่เป็นไร”
       ดำชี้หน้าหมึก
       “แกไปไหนไม่รอดหรอก ไอ้โจรห้าร้อย เดี๋ยวตำรวจก็มา”
       หมึกเองก็ตกใจเมื่อเห็นทุกคน แล้วหันมามองแก้ว หมึกตัดสินใจเข้าไปหาแก้ว
       “จะทำอะไร” แก้วมองที่มีดของหมึก
       หมึกโยนมีดทิ้ง
       “คุณต้องช่วยผม”
       “ช่วยยังไง” แก้วชะงัก
       “ยังไงก็ได้”
       แก้วรีบคิด จะทำยังไงดี ฝ้ายชี้หน้าแก้ว
       “นังนั่นก็เหมือนกัน แรดมาหาผู้ชายถึงบ้าน มันน่านัก”
       สิ่งที่ฝ้ายพูด ทำให้แก้วไม่พอใจ แก้วคิดอย่างรวดเร็ว มองเป็ดปุ๊ก แล้วมองไม้ ที่สุดตัดสินใจ
       “พี่เขาไม่ใช่คนร้ายหรอกค่ะ จริงๆแล้ว พี่เขามาช่วยแก้วไว้ต่างหาก”
       “ช่วยยังไง” ดำงงๆ
       “พี่เขามาช่วยแก้ว ไม่ให้ถูกคุณไม้...ข่มขืน”
       ทุกคนตะลึงพูดเกือบจะพร้อมกัน
       “ข่มขืน”
       หมึกเองยังหันมามองแก้ว งงๆ ไม้ยันตัวลุกขึ้น มีหทัยช่วยประคอง
       “ผมเนี่ยนะ ข่มขืนคุณ คุณแก้ว”
       “คุณไม้ ทำไมคุณพูดอย่างนี้ คุณเองที่หลอกให้แก้วมาหาที่บ้าน บอกว่าจะขอโทษแก้วที่ไปพูดไม่ดีกับแก้วเมื่อวันก่อน พอแก้วเผลอ ก็เข้ามาจะปลุกปล้ำแก้ว”
       “ไปกันใหญ่แล้ว” ไม้หันไปมองคนอื่น โดยเฉพาะเป็ดปุ๊ก “ผมไม่มีวันทำอย่างนั้นหรอก ถ้าผมปลุกปล้ำคุณ แล้วไอ้นี่มันเป็นใคร” ไม้ชี้ไปที่หมึก “อยู่ดีๆโผล่มาจากไหน”
       หมึกอึกอัก
       “กู...เอ๊ย...ผมจะมาซื้อต้นไม้ ได้ยินเสียงผู้หญิงร้อง ก็เลยวิ่งเข้ามา เห็นมึง...คุณกำลังไล่ปล้ำคุณผู้หญิง ก็เลยเข้ามาช่วย”
       ไม้ไม่อยากจะเชื่อ
       “จะบ้าตาย พวกเขาโกหก” ไม้มองเป็ดปุ๊ก “ต้องเชื่อผมนะ”
       เป็ดปุ๊กอึ้งๆ หทัยจ้องหน้าแก้วกับหมึก
       “ไม้ไม่ใช่คนอย่างนั้น จะจริงหรือไม่จริง เดี๋ยวตำรวจมา ก็ให้เขาสอบสวนเอา”
       แก้วเหลือบมองหมึกที่อึ้งๆ เสียงไซเรนตำรวจดังใกล้เข้ามา ทุกคนหันไปมองทางถนนแล้วครู่หนึ่ง ตำรวจ 3-4 คน ก็เดินเข้ามา ในจำนวนนั้น มีจ่าชาติที่ไม้รู้จักมาด้วย ผู้หมวดนำทีมเข้ามา
       “มีคนโทรไปแจ้งว่ามีการทำร้ายกัน”
       “ไอ้นั่นครับ มันแทงพี่ไม้” ดำชี้ไปที่หมึก
       “กูมาช่วยผู้หญิงต่างหาก ไอ้นั่นมันจะข่มขืนผู้หญิงน่ะครับ” หมึกเถียงทันที
       ผู้หมวดมองไปที่ไม้แล้วก็มองหมึก จ่าชาติเข้ามากระซิบกับหมวดนิดหน่อย หมวดพยักหน้ารับทราบ แล้วสั่งลูกน้อง
       “พาไปที่ร้านก่อน”
       ตำรวจแยกกันไปคุมตัวหมึกกับไม้
       
       ทุกคนอยู่ในร้านสวนขวัญ ด้านหนึ่งตำรวจกำลังตรวจค้นอาวุธในตัวหมึก ได้โทรศัพท์มือถือมาเครื่องหนึ่ง เอาไปวางไว้ที่โต๊ะ อีกด้านตำรวจก็ค้นตัวไม้เหมือนกัน แต่ไม่พบอะไร เมื่อตำรวจแตะถูกส่วนที่ไม้ถูกแทง ไม้ก็มีอาการสะดุ้ง ผู้หมวดให้ไม้ยกเสื้อให้ดู
       “แผลนิดเดียว”
       “ขอหนูทำแผลให้พี่เขาก่อนได้ไหมคะ” ฝ้ายบอก
       “เอาซิ”
       ฝ้ายหันไปที่ตู้ปฐมพยาบาล หยิบผ้าก๊อตและพลาสเตอร์มา เป็ดปุ๊กเข้ามาช่วย
       “มา ให้ฉันช่วย”
       เป็ดปุ๊กกับฝ้ายช่วยกันทำแผลให้ไม้ไป หทัยมองเป็ดปุ๊ก เห็นถึงความเอาใจใส่และห่วงใยของเธอที่มีต่อไม้แต่แก้วกลับมองอย่างไม่พอใจ แล้วขยับเข้าไป
       “ให้ฉันช่วยด้วย”
       ผู้หมวดมองหน้า
       “จะช่วยทำแผลให้คนที่เพิ่งจะข่มขืนคุณเหรอ”
       แก้วชะงักแล้วถอยออกมา ผู้หมวดหันมาพูดกับหมึก
       “เล่ามาซิ มันเกิดอะไรขึ้น ขอความจริงนะ”
       ผู้หมวดเอาสมุดบันทึกเล็กๆออกมา เตรียมจด
       “ผมจะมาหาซื้อต้นไม้ แล้วผมก็...”
       “ต้นอะไร” ผู้หมวดถามสวนขึ้น
       หมึกชะงัก ผู้หมวดมองหน้า
       “นายจะซื้อต้นอะไร”
       หมึกอึกอัก
       “ก็...ต้น...ต้นมะม่วง...เขียวเสวย”
       ผู้หมวดจดลงบันทึก
       “เอาไปปลูกที่ไหน”
       “ก็...ที่บ้านผม” หมึกอึ้งๆ
       “บ้านอยู่ไหน”
       “อยู่แถวๆนี้ล่ะครับ”
       “ขอบ้านเลขที่ ถนน ตำบล อำเภอ จะให้เจ้าหน้าที่ไปดู”
       หมึกอึกอักหาทางเฉไฉ
       “คือ...จริงๆ แถวนี้บ้านญาติน่ะครับ บ้านที่ผมอยู่ อยู่ฝั่งโน้นแถวสายไหม”
       “แล้วทำไมมาซื้อต้นมะม่วงถึงนี่ คนละฟากเมืองเลย แถวสายไหมมีร้านต้นไม้เยอะแยะ”
       “ก็เขาว่าแถวนี้มันพันธุ์ดี นี่ หมวด ทำไมไม่ถามเรื่องข่มขืน มาสนใจอะไรกับเรื่องต้นไม้” หมึกยังแถไป
       “เพราะว่านายกำลังให้การเท็จไง” ผู้หมวดมองหน้า
       หมึกอึ้ง
       “แค่เรื่องต้นไม้ นายก็ตอบวกวนจนไม่ใครเชื่อแล้ว ไม่ต้องเรื่องคดีข่มขืนหรอก เดี๋ยวฉันจะสอบเจ้าทุกข์เขาเอง”
       ผู้หมวดเหลือบมองไปที่แก้ว เธอชักหนาวๆ แล้วผู้หมวดก็หันมาถามหมึกอีก
       “พูดความจริงมา ทำไมนายถึงมาทำร้ายนายตฤณ”
       หมึกยังเงียบอยู่
       “นายตั้งใจชิงทรัพย์เขา หรือว่า...มีใครจ้างนายมาให้ทำร้ายเขา”
       หมึกขยับตัว ผู้หมวดสังเกตว่ารู้สึกบางอย่างกับคำถามนี้
       “ถ้านายตั้งใจชิงทรัพย์เขาเอง โทษก็หนักหน่อย แต่ถ้ามีใครจ้าง แล้วนายให้ความร่วมมือแจ้งชื่อกับตำรวจ เราก็อาจจะกันนายเป็นพยาน ไม่ต้องลูกลงโทษ”
       หมึกยิ่งกระสับกระส่ายมากขึ้น จ่าชาติเดินเข้ามา พร้อมกับยกโทรศัพท์มือถือของหมึกให้ดู
       “เบอร์โทรสุดท้ายนี่ เป็นของคนที่จ้างนายหรือเปล่า”
       “ต้องกันผมเป็นพยานจริงๆนะครับ” หมึกหันมาถามผู้หมวด
       
       โอม อยู่ในห้องนั่งเล่นที่บ้าน เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นเขาเอาโทรศัพท์มาดู แล้วกดรับสาย
       “ว่าไง จัดการกับมันหรือยัง”
       หมึกพูดโทรศัพท์อยู่ในร้านสวนขวัญโดยเปิดลำโพงโทรศัพท์ ตำรวจคนหนึ่งถือโทรศัพท์ให้ ผู้หมวดยืนคุมอยู่ข้างๆ ส่วนคนอื่นๆก็รายล้อมอยู่ในร้าน
       “ผมทำไม่สำเร็จครับ”
       “หมายความว่าไงไม่สำเร็จ มันบาดเจ็บบ้างไหม”
       หทัยอึ้งๆเมื่อได้ยินเสียง รู้ว่าเป็นเสียงโอม ไม้กับเป็ดปุ๊กก็จำได้ หันมามองกัน
       “นิดหน่อยครับ”
       “ก็กลับไปทำให้มันเสร็จซิ”
       ฝ้ายเกือบจะโวยออกมา แต่ดำรีบปิดปากไว้ แล้วทำมือจุ๊ย์ปากไม่ให้ส่งเสียง
       “ทำไม่ได้แล้วครับ คุณต้องมาช่วยผมนะครับ”
       “อะไรของแกวะ ฉันจ่ายเงินจ้างแกแล้ว แกก็ทำไปซิ จะให้ฉันช่วยอะไร”
       หทัยเห็นทุกคนกำลังสนใจเสียงจากโทรศัพท์ เลยฉวยโอกาสนั้น ค่อยๆหลบออกไปจากร้าน
       “ต้องมาช่วยเอาผมออกไปน่ะครับ”
       “ออกไปจากไหน”
       “ตำรวจจับผมไว้ครับ คุณต้องมาช่วยผมนะครับ”
       “ไอ้บ้า แกถูกตำรวจจับเหรอ” โอมตกใจ
       โอมกดวางสายทันที...จ่าชาติเดินเข้ามาหาผู้หมวดส่งกระดาษโน้ตเล็กๆแผ่นหนึ่งให้
       “ได้ชื่อเจ้าของเบอร์แล้วครับ นายอลังการ วิชิตไพรัช ลูกชายคุณหทัย”
       ทุกคนหันไปมองที่ไม้กับเป็ดปุ๊ก ที่ซึ่งหทัยยืนอยู่เมื่อครู่ เป็ดปุ๊กับไม้ก็หันไปมองหาเหมือนกัน
       “แม่นายไปไหนแล้ว”
       
       ไม้ไม่สบายใจขึ้นมาทันที

ในสวนขวัญ ตอนที่ 12 จบบริบูรณ์
       อลงกรณ์นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ที่โซฟาในห้องรับแขก โอมพรวดพราดออกมาจากห้องนั่งเล่น จะขึ้นไปข้างบน
       
       “มีอะไรเหรอโอม จะรีบร้อนไปไหน”
       “ผมต้องไปจากที่นี่”
       อลงกรณ์ลุกขึ้น แล้วเดินมาหา
       “ทำไม ทำไมแกต้องไปจากที่นี่”
       “ตำรวจจับคนที่ผมจ้างไปจัดการไอ้ไม้ มันต้องซัดทอดมาที่ผมแน่ๆ”
       โอมวิ่งขึ้นชั้นบนไปเลย อลงกรณ์ตกใจ
       “อะไรนะ แกจ้างคนไปทำอะไร” อลงกรณ์รีบตามขึ้นบ้านไป “เดี๋ยวโอม ตั้งแต่เมื่อไหร่ แกทำแบบนั้นทำไม”
       
       โอมลากกระเป๋าเดินทางออกมาจากในบ้าน อลงกรณ์ตามออกมาด้วย
       “จะทำอะไรทำไมไม่ปรึกษากันก่อนเลย ทำไมใจร้อนอย่างนี้”
       “ก็เพราะพ่อมัวแต่ใจเย็นไง ผมไม่ยอมให้มันได้ทุกอย่างไปหรอก”
       “พ่อก็ไม่ได้อยู่เฉยๆ แต่เรื่องแบบนี้เราต้องค่อยเจรจา”
       “มันไม่มีประโยชน์แล้วล่ะพ่อ พ่อต้องช่วยผมนะ”
       “ไม่เป็นไร ยังพอมีเวลา พ่อจะหาตั๋วเครื่องบินให้ ถ้ารีบออกนอกประเทศตอนนี้น่าจะยังทัน ไปฮ่องกงนะ พ่อมีเพื่อนที่นั่น”
       “ที่ไหนก็ได้น่ะพ่อ ที่ผมจะไม่ต้องติดคุกน่ะ โทรไปหาตั๋วให้ผมตอนนี้เลย”
       อลงกรณ์เอาโทรศัพท์ออกมา แล้วกดหาเบอร์ตัวแทนขายตั๋วเครื่องบิน รถหทัยแล่นเข้ามาจอด หน้าบ้านประตูรั้วเลื่อนเปิดออก กระจกรถของหทัยเลื่อนลง หทัยมองออกมาเห็นโอมและอลงกรณ์พร้อมกับกระเป๋าเดินทาง หทัยรีบลงจากรถ หทัยตรงไปหาตบหน้าโอมอย่างแรง ทั้งโอมและอลงกรณ์ตกใจ หทัยร้องไห้ไปด้วย
       “ทำไมทำแบบนี้ ลูกทำเรื่องชั่วๆแบบนี้ได้ยังไง”
       หทัยจะเข้าไปตีอีก โอมยกมือขึ้นปัดป้อง
       “แม่ แม่ทำอะไร”
       อลงกรณ์เข้าไปกอดดึงตัวหทัยออกมา
       “พอแล้วหทัย อย่าทำลูก”
       “รู้ไหม ลูกคุณทำอะไร เขาจ้างคนไปฆ่าไม้ เขาทำเรื่องชั่วๆแบบนี้ได้ยังไง ตำรวจก็จะมาจับเขาแล้ว”
       “ผมรู้แล้ว กำลังพาลูกหนีอยู่นี่ไง”
       “อะไรนะ” หทัยตะลึง
       “ผมจะให้ลูกหนีไปฮ่องกงก่อน”
       “ไม่ได้นะ”
       “อะไรของคุณ คุณหลีกไปเหอะ กุญแจอยู่ในรถใช่ไหม”
       อลงกรณ์จูงแขนโอมจะพาไป หทัยเข้ากอดโอมไว้
       “ลูกไปไม่ได้ แม่ไม่ยอม”
       “แม่ ปล่อยผมนะ พ่อ ช่วยด้วยครับ”
       “คุณจะทำอะไร” อลงกรณ์จะมาดึงตัวหทัยออก
       “ฉันไม่ยอมให้เขาหนีไปแบบนี้”
       “คุณบ้าหรือเปล่า ลูกจะต้องติดคุกนะ”
       “เขาทำผิด เขาจะฆ่าไม้”
       “ห่วงแต่ลูกตัวเอง โอมเป็นลูกผม ผมจะช่วยลูกผม ออกไป”
       อลงกรณ์กระชากตัวออก หทัยหงายหลังล้มลง อลงกรณ์ดึงแขนโอมจะพาไปอีก หทัยรีบลุกขึ้นมาแล้วกอดโอมดึงไว้
       “ไม่ แม่ไม่ให้ไป โอมไปไม่ได้”
       อลงกรณ์ดึงตัวโอมไป โอมก็ลากหทัยไปด้วย หทัยกอดโอมแน่นไม่ยอมปล่อย
       
       รถเป็ดปุ๊กแล่นมาจอด เป็ดปุ๊กกับไม้ลงจากรถ ไม้ต้องยืนนิ่งเมื่อเห็นหทัยกอดโอมไว้แบบนั้น หทัยพูดไปร้องไห้ไป
       “แม่ห้ามลูกแล้วแต่ลูกไม่เชื่อ ลูกยังกล้าทำสิ่งเลวๆ กล้าทำ ก็ต้องกล้ารับผิดซิ แม่ไม่ยอมให้ลูกไปหรอก”
       อลงกรณ์ดึงโอมมา โอมก็ลากหทัยตามมาด้วย
       “แม่ผิดเองที่เลี้ยงลูกไม่ดี ทำให้ลูกต้องเป็นคนเลว แต่แม่ให้ลูกไปไม่ได้ ลูกต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำ”
       อลงกรณ์เงยหน้าขึ้น เห็นไม้ยืนมองอยู่ ในใจนึกกลัวว่าไม้จะมาขวาง ตัดสินใจเข้ามาดึงแขนของหทัยออกจากตัวโอม แล้วผลักออกไป จนหทัยล้มลง โอมเองก็ชะงักมองแม่ หทัยจะเข้ามาหาโอมอีก อลงกรณ์เข้ามาเงื้อมือจะตบ ไม้รีบเข้ามาขวาง
       “อย่าทำอะไรเขา”
       อลงกรณ์อึดอัด ขัดใจ แล้วจูงแขนโอม
       “ไปลูก รีบไป”
       อลงกรณ์พาโอมไปที่รถหทัย ไม้ประคองหทัยไว้
       “อย่าไปลูก โอม อย่าไป”
       อลงกรณ์เอากระเป๋าเดินทางของโอมใส่เบาะหลัง โอมยังยืนมองหทัยอยู่ข้างรถ
       “ขึ้นรถซิ”
       โอมรู้ตัว กำลังจะขึ้นรถ ทันใด เสียงไซเรนของตำรวจก็ดังเข้ามา แล้วรถตำรวจก็มาจอดขวางอยู่กลางถนน ผู้หมวด และตำรวจอีก 2 คน ลงมาจากรถ อลงกรณ์นิ่งไป รู้ว่าทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว โอมเองก็เช่นกัน
       
       ตำรวจใส่กุญแจมือโอม แล้วดึงตัวไปที่รถเปิดประตูหลัง แล้วดันให้เข้าไป หทัยกับอลงกรณ์ตามมา หทัยยังร้องไห้อยู่ ไม้เดินเข้ามา แล้วพูดกับโอม
       “ผมบอกตำรวจไปแล้วว่าจะไม่เอาเรื่องคุณ มันอาจจะช่วยให้โทษเบาลง”
       โอมมองไม้ ไม่เข้าใจว่า ทำไมไม้ยังจะมาทำดีกับเขา ตำรวจปิดประตูรถ แล้วเข้าไปนั่งข้างหน้า รถตำรวจถอยออกไป หทัยมองตามรถตำรวจไป สะอื้นไปด้วย
       
       หทัยเดินอย่างหมดเรี่ยวหมดแรง แล้วมาทรุดนั่งลง ยังสะอื้นร้องไห้อยู่ ครู่หนึ่ง ไม้เข้ามา แล้วยืนอยู่ตรงหน้าหทัย เป็ดปุ๊กยืนอยู่ห่างออกไปเล็กน้อย
       “ทำไมปล่อยให้ตำรวจจับโอมล่ะครับ"
       หทัยเงยหน้าขึ้นมา มองเหม่อไป
       “โอมทำสิ่งที่ผิด ทำเรื่องเลวร้ายเขาจะต้องได้รับโทษในสิ่งที่เขาทำ ไม่อย่างนั้น เขาก็จะไม่สำนึก เขาจะทำผิดต่อไป มันจะยิ่งดึงให้เขาตกต่ำลงไปเรื่อยๆ จนไม่มีทางจะเปลี่ยนแปลงเขาได้อีก แม่ไม่มีวันทนได้ ถ้าลูกแม่ต้องเป็นแบบนั้น” หทัยหยุดไปชั่วขณะ แล้วเงยหน้าขึ้นมามองไม้ “แล้วที่สำคัญ ไม้จะกลายเป็นเหยื่อของเขา แม่อาจจะต้องสูญเสียลูกไปพร้อมๆกันทั้งสองคน” หทัยสะอื้นร้องไห้
       ไม้อึ้งไป แล้วทรุดตัวลง นั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าหทัย ไม้เอื้อมมือไป แล้วเอามือของหทัยมากุมไว้
       “แม่ครับ”
       หทัยมองไม้ เป็นครั้งแรกที่เธอได้ยินคำว่า แม่ จากปากไม้
       “ผมรู้แล้วว่าแม่รักผมแค่ไหน ผมขอโทษนะครับ ที่ผมทำร้ายจิตใจแม่มาตลอด”
       ไม้กราบลงที่ตักของหทัย นิ่งอยู่อย่างนั้นครู่หนึ่ง หทัยประคองศีรษะไม้ให้เงยหน้าขึ้น ไม้มีน้ำตาคลออยู่ หทัยดึงไม้เข้ามากอด ไม้ก็กอดแม่ไว้ เป็ดปุ๊กยืนมองอยู่ห่างๆ อดน้ำตาไหลไปด้วยไม่ได้ แม่ลูกกอดกันอยู่อย่างนั้น
       
       ในสถานีตำรวจ หมึกอยู่ให้ห้องขัง โวยวายออกมา
       “ผู้หมวดครับ ไหนว่าจะกันผมเป็นพยานไง”
       “ทำไมไม่ปล่อยผมสักที ปล่อยได้แล้วครับ”
       
       แก้วนั่งอยู่ด้านนอกอย่างไม่สบายใจ จ่าเวรหันไปดุหมึก
       “เงียบๆได้ไหม เดี๋ยวก็ขังลืมหรอก”
       “ใจร้าย”
       ผู้หมวดเดินเข้ามาในสถานี ตำรวจสองคน เดินคุมตัวโอมที่ถูกใส่กุญแจมือเข้ามาด้วย พอแก้วเห็นโอม ก็รีบหันหนี หยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาบัง หมวดสั่งลูกน้อง
       “เอาไปขังก่อน ขังคนละห้องนะ”
       ตำรวจพาโอมเข้าไปในห้องขัง หมึกโวยวาย
       “นี่ล่ะครับ คนที่จ้างผม”
       “แกเป็นใคร ฉันไม่รู้จักแก มันใส่ร้ายผม ให้ผมโทรตามทนาย เดี๋ยวนี้เลย” โอมโวยกลับ
       ผู้หมวดรอดูโอมเข้าห้องขังนิดหน่อย แล้วเดินกลับมาหาแก้ว
       “คุณแก้วกรพินธุ์ ตกลงคุณจะแจ้งความเรื่องนายตฤณข่มขืนคุณ ไหมครับ ถ้าจะแจ้งความ ผมจะพาไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล”
       “ขอดิฉันปรึกษาญาติๆก่อนนะคะ” แก้วอึดอัด
       ผู้หมวดดูนาฬิกา
       “อีกสองชั่วโมงผมจะออกเวร ยังไงตัดสินใจเร็วหน่อยนะครับ”
       ผู้หมวดเดินออกไป แก้วคิดหนัก
       
       เก็จเกยูรอยู่กับไก่กุ๊กในห้องรับแขก ในมือมีแบงค์พันสองใบ เธอมองอย่างไม่พอใจ
       “ได้มาแค่นี้น่ะเหรอ แค่สองพันเนี่ยนะ มันจะอยู่ได้กี่วันเนี่ย ไหนว่าโอทีเกือบหมื่น”
       “อันนี้หัวหน้าเขาเอาเงินส่วนตัวให้ยืมมาก่อน ไก่บอกเขาว่ากำลังเดือดร้อนมาก”
       “ถึงยังไงมันก็ไม่พอ เจ๊แกทวงเก็จยิกๆ ครูแมวเมี๊ยวเก็จก็ไม่กล้าเจอหน้าแล้ว”
       “ยืมเงินครูลูกด้วยเหรอ”
       “เออซิ อย่างน้อยๆ ต้องให้ได้สองหมื่น ถึงจะพอให้พวกมันเลิกทวง เก็จอายเขาจริงๆ”
       “อย่างน้อยก็ต้องอาทิตย์หน้า”
       “พออาทิตย์หน้าก็บอกอาทิตย์หน้าอีก พูดเป็นอยู่คำเดียว” เก็จเกยูรโวยขึ้นมา “เบื่อ เบื่อเว๊ย ไม่อยากจะอยู่แล้ว”
       เก็จเกยูรเดินออกจากบ้านไป เธอเดินออกมาหน้าบ้าน เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เธอเอาโทรศัพท์มาดู แล้วกดรับสาย
       “ว่าไง”
       แก้วมานั่งห่างๆทุกคน พูดโทรศัพท์อยู่
       “พี่เก็จ ช่วยแก้วหน่อยซิ”
       “ช่วยอะไร”
       “คือ...แก้วจะแจ้งความว่าคุณไม้เขาข่มขืนแก้วน่ะ พี่เก็จช่วยคิดหน่อย”
       “อะไรนะ จะไปแจ้งความเขาทำไม”
       “เรื่องมันยาวน่ะพี่ มันมีทางออกทางเดียว มาเป็นพยานให้เก็จก็ยังดี”
       “เดี๋ยวๆ ฉันไม่เข้าใจ อะไรมันเป็นยังไง ตอนนี้แกอยู่ที่ไหน”
       “อยู่ใน...โรงพัก”
       “โรงพัก” เก็จเกยูรตกใจ
       “ก็กำลังจะแจ้งความนี่ไง อยากให้พี่ช่วยคิด”
       “นี่ เรื่องตำรวจกับฉันมันไม่ถูกกัน ฉันช่วยอะไรไม่ได้หรอก แกเองก็ไม่ควรจะไปยุ่งด้วย เดี๋ยวก็เดือดร้อน แค่นี้ก่อนนะ ฉันมีเรื่องด่วนต้องทำ”
       แล้วเก็จเกยูรก็กดตัดสายแก้วไปเลย แก้วอึ้ง รู้สึกแย่ แล้วกดเบอร์โทรใหม่
       
       กะรัตอยู่ในบ้านกำลังพูดโทรศัพท์กับแก้ว
       “คุณไม้เขาข่มขืนแก เมื่อไหร่ กลางวันแสกๆนี่น่ะเหรอ”
       “จริงๆมันไม่มีหรอกแม่ แต่แก้วว่าจะแจ้งความแบบนั้น”
       “เขาไม่ได้ทำ แล้วแกจะไปแจ้งความเขาทำไม ก็ไหนว่าจะจับเขาเป็นผัว”
       “เรื่องมันยาวน่ะแม่ คือ แก้วมาหาคุณไม้เขา แล้วพอดีคนของคุณโอมก็จะมาทำร้ายเขา มันขอให้แก้วช่วย แก้วก็พลั้งปากบอกไปว่าคุณไม้จะข่มขืนแก้ว แล้วไอ้คนนั้นมันมาช่วยแก้วไว้”
       “เดี๋ยวๆ คนของคุณโอมเหรอ สงสัยเรื่องเดียวกันแน่ๆเลย”
       “เรื่องเดียวอะไรคะ”
       “ก็พ่อแกน่ะซิ เขากำลังวุ่นวายใหญ่แล้ว”
       ศักดิ์เดินไปเดินมา กำลังโทรศัพท์พูดโทรศัพท์อยู่
       “พ่อแกเขาเป็นคนแนะนำไอ้บ้านั่นให้คุณโอม”
       “จริงเหรอคะ” แก้วตะลึง
       “นี่ แม่ช่วยอะไรแกไม่ได้หรอกนะ เดี๋ยวมันจะลากพ่อแกเข้าคุกไปด้วย แค่นี้ก่อนนะ ต้องช่วยเขาคิดว่าจะทำยังไงดี”
       แก้วทำท่าจะพูดต่อ แล้วสายก็ถูกตัดไป แก้วยิ่งเครียดไม่รู้จะทำยังไง ผู้หมวดออกมาจากห้อง แก้วตัดสินใจลุกขึ้น แล้วเดินไปหา
       “ผู้หมวดคะ”
       “ตกลงเอาไงครับ”
       “ดิฉัน...มีเรื่องอยากสารภาพ”
       
       แก้วส่งสายตาอ้อนวอนให้ผู้หมวด

ในสวนขวัญ ตอนที่ 12 จบบริบูรณ์
       ศักดิ์พูดโทรศัพท์อยู่ในบ้าน
       
       “เอางั้นนะ ได้ๆ งั้นก็คงต้องไป ขอบคุณมากครับ”
       ศักดิ์กดวางสาย แล้วหันมา กะรัตยืนรอฟังอยู่
       “ว่าไง”
       “เพื่อนผมแนะนำว่าให้ไปอยู่ต่างจังหวัดก่อนสักพัก แล้วเขาจะสืบดูให้ว่าเรื่องจะมาถึงผมหรือเปล่า ถ้าไม่มีอะไรค่อยกลับมา”
       “แล้วจะไปอยู่ไหน”
       “ก็...ฟาร์มของเพื่อนผมที่ราชบุรีไง”
       “ไอ้ฟาร์มแกะนั่นน่ะเหรอ จะให้ฉันไปตักขี้มันอีกเหรอ”
       “ก็จะไปพักกับเขาฟรีๆมันก็น่าเกลียดใช่ไหมล่ะ ช่วยเขาทำโน่นนิดนี่หน่อย เขาจะได้ไม่ไล่ เอาน่า คงแค่อาทิตย์ก็รู้เรื่องแล้ว ไปเก็บกระเป๋าเหอะ รีบไปเลยก็ดี”
       เสียงกริ่งประตูดังเข้ามา กะรัตไปดูที่หน้าต่าง
       “ยัยเก็จมา”
       “ผมไปจัดกระเป๋าก่อนนะ”
       ศักดิ์ขึ้นบ้านไป กะรัตมาเปิดประตู
       “เข้ามาเลย”
       เก็จเกยูรเข้ามาในบ้าน
       “โชคดีจังเลย แม่อยู่บ้าน”
       “กำลังจะออกอยู่”
       “ไปไหนคะ”
       “ต่างจังหวัด ทำไม มาหาแม่มีอะไรหรือเปล่า”
       เก็จเกยูรตีหน้าเศร้า
       “เก็จกำลังเดือดร้อนน่ะแม่ ขอยืมสักสองหมื่นได้ไหม”
       “นึกแล้ว ถ่อมาหาฉัน ไม่มีเรื่องอื่นหรอก ฉันไม่มีหรอก เหลืออยู่นิดหน่อยก็ต้องไว้เดินทาง”
       “เก็จจำเป็นจริงๆนะแม่ ถ้าไม่ได้เงินไป เก็จแย่แน่ๆ”
       “ก็บอกแล้วว่าไม่มี จะมาว่าพึ่งแม่ได้ยังไง แกต้องรู้จักช่วยเหลือตัวเองซิ สอนกี่ครั้งแล้วทำไมไม่จำ ผัวน่ะมีไว้ทำไม ไปรีดเอาจากมันซิ”
       “เขาก็ไม่มี”
       “งั้นก็เลิกกับมัน ไปหาผัวใหม่ ให้ได้ที่มันรวยๆแบบน้องสาวแก”
       “แก้วมันก็ไปไม่รอดหรอกแม่”
       “ยังไงนะ”
       “ช่างมันเหอะ ตกลงแม่จะช่วยเก็จไหม”
       “ฉันไม่มี”
       “งั้นเก็จมาที่นี่ก็เสียเวลาเปล่า จะมีที่ไหนที่เก็จพึ่งได้อีก”
       “ตัวเองไง มีแต่ตัวเองเท่านั้นแหละ ที่จะพึ่งได้”
       เก็จเกยูรนิ่งไป แล้วหันกลับเดินออกจากบ้านกะรัตไป กะรัตมองตาม ส่ายหน้าเบื่อๆ
       
       กะรัตกับศักดิ์ออกมาจากในบ้าน ศักดิ์ลากกระเป๋าเดินทางออกมาด้วย แล้วทั้งสองก็ต้องชะงัก เมื่อไก่กุ๊กมายืนอยู่ตรงหน้าทั้งสอง ไก่กุ๊กไหว้ทั้งสอง
       “สวัสดีครับ เก็จมาที่นี่หรือเปล่าครับ”
       “เพิ่งออกไปเมื่อกี้เอง”
       “ไปไหนรู้ไหมครับ”
       “เขาไม่ได้บอก แต่คงยังไปไม่ไกลหรอก ถ้าเดินไปนะ”
       “ครับ ขอบคุณครับ”
       ไก่กุ๊กไหว้ลาอีกที แล้วหันกลับออกจากบ้านไป
       
       เก็จเกยูรเดินเหม่อๆมาที่สะพานพุทธ แล้วเดินขึ้นไปบนสะพานพุทธ ยืนอยู่ที่ฟุตปาท มองไปในแม่น้ำ ระลอกคลื่นในแม่น้ำกระเพื่อมส่องแสงระยิบระยับ เธอยืนมองอยู่นิ่งอย่างนั้นครู่หนึ่ง แล้วก็ได้เสียงของแมวเมี๊ยวกับนกจิ๊บดังเข้ามา
       “แม่ครับ แม่”
       “แม่จ๋า”
       เก็จหันไปมอง แมวเมี๊ยวกับนกจิ๊บพากันวิ่งมา ผ่านไปทางด้านหลัง ไก่กุ๊กก็วิ่งตามมาด้วย แมวเมี๊ยวกับนกจิ๊บวิ่งมาจนถึงแม่ เก็จเกยูรนั่งยองๆลงกอดลูกไว้
       “ทำไมแม่มาเที่ยวแถวนี้” แมวเมี๊ยวถามอย่างสงสัย
       “แม่มาเที่ยวไม่ชวนนกจิ๊บมาด้วยเลย”
       เก็จเกยูรน้ำตาคลอขึ้นมา
       “ใครบอกว่าแม่มาเที่ยว”
       “ไก่บอกลูกอย่างนั้นเอง” ไก่กุ๊กเดินมาถึง พูดขึ้น
       เก็จเกยูรเงยหน้ามอง ไก่กุ๊กจ้องหน้า
       “แล้วไม่จริงเหรอ”
       เก็จเกยูรลุกขึ้นยืน
       “เก็จเบื่อตัวเอง เก็จมันไม่มีค่า ทำตัวให้เป็นประโยชน์ไม่ได้เลย ช่วยตัวเองไม่ได้สักนิด”
       “ไม่จริงหรอก” ไก่กุ๊กถามลูกๆ “แม่มีค่าไหมลูก”
       “มีซิครับ แมวเมี๊ยวรักแม่” แมวเมี๊ยวเข้าไปกอด
       “นกจิ๊บก็รักแม่ที่สุดค่ะ” นกจิ๊บกอดด้วย
       “ผมก็รักเก็จ เก็จสำคัญสำหรับพวกเรา”
       “ไม่จริงหรอก”
       “ผมขอโทษนะเก็จ ผมรู้ตัวแล้ว ที่ผ่านมาผมทำตัวแย่มาก ไม่รับผิดชอบครอบครัว เพราะผมเคยมีพ่อ มีเป็ดช่วย พอพวกเขาไม่อยู่ มันเลยวุ่นวายไปหมด แต่ตอนนี้ ผมเข้าใจแล้ว ผมต้องเปลี่ยนตัวเอง จะไม่เป็นเหมือนเก่า ทุกอย่างจะต้องดีขึ้น ให้โอกาสผมเถอะนะ”
       “ไก่ไม่เกลียดเก็จเหรอ”
       “ไม่มีวัน”
       เก็จเกยูรน้ำตาไหลออกมา
       “เราจะเริ่มกันใหม่นะไก่”
       ไก่กุ๊กพยักหน้า แล้วเข้าไปกอดทั้งเก็จเกยูรและลูกๆ สี่คนกอดกันกลมอยู่บนสะพานอย่างนั้น
       
       ค่ำนั้นรถตำรวจแล่นเข้ามาจอดที่หน้าคอนโด ประตูรถเปิดออก แก้วลงมาจากที่นั่งข้างคนขับ แล้วเดินผ่านหน้ารถ มาที่ฝั่งคนขับ กระจกรถฝั่งคนขับลดลง ผู้หมวดเป็นคนขับรถมาส่งแก้ว
       “ขอบคุณมากนะคะที่มาส่ง แล้วก็...ขอบคุณที่ไม่จับแก้ว ข้อหาแจ้งความเท็จ”
       “ผมยังไม่ทันได้บันทึกแจ้งความของคุณไว้นี่ครับ แล้วความจริง คำให้การของคุณเรื่องนายอลังการ ถือว่าเป็นประโยชน์มาก คุณเป็นพยานปากสำคัญของเรา”
       “ใจก็ไม่อยากปรักปรำโอมเขา แต่ในเมื่อเขาเป็นคนแบบนี้ก็ต้องตัดใจ ความจริงแก้วก็บอกเลิกกับเขามาก่อนหน้านี้แล้วนะคะ”
       “ไม่ต้องคิดมากหรอกครับ พูดแต่ความจริง แค่นั้นก็ดีที่สุดแล้ว”
       “ไหนๆผู้หมวดก็อุตส่าห์มาส่งแล้ว จะขึ้นไปรับกาแฟสักถ้วยก่อนไหมคะ”
       “คงไม่ได้หรอกครับ” ผู้หมวดดูนาฬิกา “ผมต้องไปสุวรรณภูมิ”
       “ไปรับแฟนเหรอคะ”
       “รับแม่ครับ แม่กลับจากอังกฤษ ผมยังไม่มีแฟน”
       “อย่างผู้หมวดน่ะเหรอไม่มีแฟน หลอกกันหรือเปล่า”
       “ผมไม่ค่อยมีเวลาน่ะครับ งานมันยุ่ง ต้องช่วยธุรกิจส่งออกของแม่ด้วย”
       “เหรอคะ แหม แบบนี้ต้องหาคนช่วยแล้วมั้ง แก้วก็ทำงานเรื่องส่งออกมาตลอดนะคะ”
       “ส่งออกอะไรครับ”
       “เครื่องประดับน่ะค่ะ พวกเครื่องเพชร”
       “จริงเหรอครับ แม่ผมทำเรื่องทอง มันคล้ายกันไหมครับ”
       “แทบจะเหมือนกันเลยค่ะ แบบนี้ต้องคุยกันยาวแล้ว”
       แก้วมองผู้หมวด ส่งสายตาหวานเยิ้มให้สุดๆ
       
       เช้าวันใหม่...ย่าขวัญเข้ามาในบ้าน ไม้ช่วยหิ้วตะกร้าของย่าเข้ามาด้วย ตั๊กแตนกำลังถูบ้านอยู่
       “อ้าว แตน ไม่ไปโรงเรียนเหรอ” ย่าขวัญแปลกใจ
       “หยุดเตรียมสอบจ้ะ”
       “แล้วก็ดูหนังสือนะ อย่าไปเที่ยวเล่น”
       “จ้า”
       ไม้เอาตะกร้าไปวางไว้ที่โต๊ะ
       “คุณเชียรเป็นไงบ้างล่ะย่า”
       “อูย เขาชอบมาก บอกจากนี้จะมาถือศีลทุกวันพระเลย แล้วคุยกับหลวงพ่อสนุกเลยนะ”
       “ก็ดีครับ แกจะได้ไม่เหงา” ไม้ยิ้ม
       “แต่ได้ยินว่าที่นี่มีเรื่องวุ่นวาย ฝ้ายมันไปเล่าให้ฟังเมื่อคืน เกือบตบะแตก”
       ย่าขวัญมานั่งลงที่พื้น ไม้ลงมานั่งด้วย
       “มันจบแล้วล่ะย่า สงสารก็แต่แม่”
       “เรียกเขาว่าแม่แล้วเหรอ” ย่าขวัญชะงัก
       “ผมเพิ่งเข้าใจความรู้สึกของแม่ ความทุกข์ที่แม่ต้องทนมาตลอดทุกครั้งที่ผม...ทำไม่ดีกับแม่”
       “กลับตัวได้ตอนนี้มันก็ยังไม่สาย ยังมีเวลาทำอะไรดีๆให้เขาอีกเยอะ”
       “ไม้ก็ตั้งใจไว้แล้วล่ะ ไม้จะทำทุกอย่างให้แม่มีความสุข”
       “แค่เขารู้ว่าไม้ให้อภัยเขา ไม่ถือโกรธเขาอีก ย่าว่าเขาก็มีความสุขมากแล้วล่ะ”
       “พอเราให้อภัยคนอื่นเป็น มันเหมือนทุกอย่างเบาไปหมดเลยย่า ก่อนหน้านี้ไม่เคยเข้าใจ พูดกี่ครั้งก็ไม่เห็นด้วย แต่ตอนนี้กระจ่างหมดเลย ฟ้าสว่าง”
       “จำไม่ได้ว่าย่าเคยพูดเรื่องนี้กับไม้ ไม่ใช่ย่าใช่ไหม” ย่าขวัญ หัวเราะ
       “คุณเป็ดน่ะย่า ถ้าไม่มีเขา ไม้ก็คงยังโง่อยู่เหมือเดิม”
       ขณะเดียวกันนั้นมีเสียงรถดังเข้ามา แล้วจอดอยู่แต่ไกล ย่าขวัญหันไปบอกตั๊กแตน
       “ใครมาน่ะแตน”
       ตั๊กแตนเดินออกไปดูที่หน้าบ้าน แล้วกลับเข้ามา
       “พี่ภูมิน่ะย่า” ตั๊กแตนยังกลัวๆไม้อยู่
       ไม้มองตั๊กแตน
       “ไปถามเขาดูซิ มีธุระอะไร ถ้าจะชวนไปเที่ยว ก็เข้ามาบอกหน่อย”
       “ขอบคุณค่ะ”
       ตั๊กแตนดีใจที่ไม้ไม่ว่าวิ่งออกไป ย่าขวัญมองไม้ แล้วยิ้มๆ
       “ภูมิมันรับปากไม้ว่าจะเป็นคนดี”
       “ก็ดีแล้ว เออ ไม้ ย่ายังมีอีกเรื่อง ที่อยากจะคุยกับไม้”
       ไม้มองย่ารอฟัง
       
       รถกระบะของภูมิจอดอยู่ ภูมิยืนอยู่ข้างรถ ครู่หนึ่ง ตั๊กแตนวิ่งเข้ามา
       “มาแต่เช้าเลยพี่ภูมิ”
       “พี่จะมาลาแตน”
       ตั๊กแตนชะงัก รู้สึกไม่ดี
       “ลาไปไหน”
       “พี่ต้องไปอยู่ต่างจังหวัดสักพัก”
       “ทำไมล่ะ ตำรวจจะจับพี่เหรอ”
       “เรื่องนั้นไม่เกี่ยวหรอก พี่อยากเปลี่ยนแปลงตัวเองใหม่”
       “อยู่ที่นี่ก็เปลี่ยนได้”
       “มันยากน่ะแตน ไหนจะเพื่อน ไหนจะสิ่งแวดล้อมเก่าๆ พี่ต้องไปอยู่ที่อื่นสักพัก เพื่อนพ่อพี่เขาเป็นอาจารย์สอนช่างเครื่องยนต์ เขากำลังจะเปิดสอนคอร์สใหม่ ช่วงแรกก็เรียนสามเดือน แล้วก็มีให้เรียนต่ออีก 3-4 ระดับ เรียนทั้งหมดก็ประมาณปีนึง ได้เป็นช่างมืออาชีพเลย แล้วเขาอาจจะฝากเข้าทำงานบริษัทใหญ่ๆ”
       “ฟังดูดีจังเลย พี่ต้องมีอนาคตที่ดีแน่ๆ แล้ว...พี่จะกลับมาใช่ไหม”
       ภูมิจับมือตั๊กแตนขึ้นมา
       “แตนไม่ต้องห่วง พี่กลับมาแน่ เพราะในอนาคตที่รอพี่อยู่ จะต้องมีแตนด้วย”
       ตั๊กแตนยิ้มรับ ภูมิยิ้มกุมมือตั๊กแตนอยู่อย่างนั้น
       
       ไม้มากดกริ่งหน้าประตูบ้าน ครู่หนึ่ง เป็ดปุ๊กออกมาจากในบ้าน
       “ไม้ มีอะไรเหรอ”
       เป็ดปุ๊กเดินมาแล้วเปิดประตูรั้ว ไม้มองดูเป็ดปุ๊ก เห็นว่าไม่ได้อยู่ในชุดทำงาน
       “วันนี้ไม่ไปทำงานเหรอครับ”
       “ขอพี่เขาหยุด 2 วัน จะเคลียร์งานเก่าของแก้วน่ะ”
       “โอ๋ งั้นดีเลย ผมมีอะไรอยากให้คุณเป็ดช่วยหน่อย”
       “อะไรเหรอ”
       “คือเป็นเรื่องที่ผมต้องตัดสินใจน่ะครับ อยากให้คุณเป็ดช่วยตัดสินใจด้วย ได้ไหมครับ ผมขอร้อง”
       “ได้ สำหรับนาย ได้เสมอ เรื่องอะไรล่ะ”
       “คุณเป็ดต้องไปกับผม ขอใช้รถคุณเป็ดด้วย มันไกลสักหน่อย”
       “ได้ ว่าแต่ไกลแค่ไหน” เป็ดปุ๊กสงสัย
       
       ไร่ที่ปากช่อง...รถของเป็ดปุ๊กแล่นมาตามถนนลูกรัง ผ่านเข้ามาในทุ่งกว้างมีขุนเขาอยู่ทางเบื้องหลัง แล้วมาจอดตรงลานกว้าง
       “ถึงแล้วครับ”
       “มันไม่ใช่ไกลสักหน่อย เลยนะ กี่ร้อยกิโลเนี่ย” เป็ดปุ๊กประชด
       ไม้ลงจากรถ แล้ววิ่งอ้อมหน้ารถมาเปิดประตูให้
       “เชิญครับ”
       เป็ดปุ๊กลงจากรถ บิดตัวนิดหน่อยเพราะอาการเมื่อย
       “มาทางนี้ครับ”
       ไม้เดินนำเป็ดปุ๊กขึ้นไปยืนบนเนิน เป็ดปุ๊กตามมามองไปรอบๆ เห็นขุนเขาทางด้านหลัง และทะเลสาบทางด้านหน้า
       “เป็นไงครับ”
       “สวยจัง แล้วไงเหรอ พาฉันมาที่นี่ทำไม”
       “นี่แหละครับ เรื่องที่ผมต้องตัดสินใจ”
       “ยังไง” เป็ดปุ๊กไม่เข้าใจ
       “ที่ดินที่คุณเป็ดทั้งหมดนี่ เป็นของย่า ย่ากับปู่ซื้อไว้นานแล้ว แล้วตอนนี้ย่าตัดสินใจจะโอนให้ผม เพื่อให้ผมใช้ตั้งหลัก”
       “จริงเหรอ ดีใจกับนายด้วย แล้วนายจะปลูกอะไรล่ะ”
       “ก็คงต้องมีพืชไร่บ้าง แต่หลักๆแล้ว ผมอยากจะทำเป็นรีสอร์ทแบบอนุรักษ์น่ะครับ รีสอร์ทที่กลมกลืมไปกับธรรมชาติ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม”
       “ก็ดีนี่”
       “ดีใช่ไหมครับ น่าสนใจใช่ไหมครับ”
       “ใช่ น่าสนใจ แล้วนายมีปัญหาอะไร”
       “ปัญหาก็คือ งานนี้...มันใหญ่เหลือเกิน ผมไม่คิดว่าลำพังผมคนเดียวจะจัดการมันได้” ไม้หันมามองเป็ดปุ๊ก “ผมอยาก...ขอให้คุณเป็ดมาเป็นหุ้นส่วนกับผม”
       “อูย ฉันไม่มีเงินมาลงทุนกับนายหรอก”
       “ไม่ใช่เงิน ผมอยากให้คุณมาเป็น...หุ้นส่วนชีวิตของผม มาร่วมกันสร้างที่นี่ ให้เป็นไปอย่างที่เราฝัน” ไม้จับมือเป็ดปุ๊กขึ้นมา “แต่งงานกับผมนะครับ”
       เป็ดปุ๊กมองไม้นิ่งไปครู่หนึ่ง ไม้รอคอยคำตอบ เป็ดปุ๊กพยักหน้ารับ
       “ตกลงค่ะ”
       
       ไม้เข้าสวมกอด เป็ดปุ๊กก็กอดไม้ไว้ สองคนกอดกันอยู่อย่างนั้นท่ามกลางทุ่งกว้างสวยงาม
        
       จบบริบูรณ์...

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
ข่าวล่าสุด ในหมวด
ในสวนขวัญ ตอนที่ 12 จบบริบูรณ์
ในสวนขวัญ ตอนที่ 11
ในสวนขวัญ ตอนที่ 10
ในสวนขวัญ ตอนที่ 9
ในสวนขวัญ ตอนที่ 8
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 21 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 21 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 5 +13 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
นึกอยากจะจบก็จบ --"
ccc
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 13 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ละครจริงๆจบดีมาก ขอโทษนะ คนอัพนั่งเทียนเขียนเองหรือเปล่าเนี่ย
):
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 12 -2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มากี้ เรื่องนี้ไม่สวยอย่างมาก ทั้ง เสื้อผ้า หน้า ผม
เนื้อเรื่อง น่าง่วงนอนด้วย บทแต่ละคนไม่โดนเลย
จบเร็วก็ดี
เชอรี่
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 11 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อ้อ มันไม่เหมือนในหนังสือเหรอคะ นี่ก็นึกไปว่า นิยายเรื่องนี้คนแต่งฝีมือน้อยไปนหน่อยอยู่เลย
วิเคราะ์
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 10 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เรื่องในโทรทัศน์ตรงกับในเรื่องย่อหนังสือ แต่อันนี้ไม่เห็นตรงเลยค่ะ งง
ABC
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 9 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ในละครไปเที่ยวแพ อ่านในนี้ไปเที่ยวทะเล
Pass
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 8 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อ่านในเรื่องย่อ ในสวนขวัญ เล่ม25 รฟุ้สึกบทหลังๆมันมีมากกว่านี้เยอะนะ แก้วถูกจับนะในนั้นอ่ะ งง แต่นิบทเปลี่ยนมาก ที่จริงต้องมีฉากไม้โดนแทงเข้าโรงพยาบาลรอบนึง ละเรื่องหทัยโดนแทงหรือยิงนิก็อีกรอบไม่ใช่หรอ งง
Dragon_sakura_8@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
บทนั้นแตกต่างจากนิยายมากเลยอ่ะ เลยไม่ค่อยฟินเท่าไร
www
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รู้สึกว่าบทละครมันแปลกนะคะ เพราะเท่าที่สังเกตดูจากภาพที่เอามาประกอบนี่ ยังไม่ได้เอ่ยถึงในบทละครตั้งเยอะ
saunsom@gmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 +13 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
นึกอยากจะจบก็จบ --"
ccc
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มันจบห้วนไปไหมอ่ะ
sarochinee-lotus@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เอ่อออ ทำไมฉากจบมันสั้นจัง
ง่ายๆ แค่นี้เลยรึ
TurtleWorld
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทำไมยัยแก้วยัยเก็จรอด ศักดิ์อีก ทำไมคนเขียนลืมความผิดของพวกนี้รึป่าว
งงด้วยคน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
งงกับคนเีขียนบทเรื่องนี้ แก้วเนี่ยเท่ากับสมรู้ร่วมคิดนะ เพราะวางแผนจะให้โอมหาคนมาฆ่าเป็ดปุ๊ก เป็นคนไม่ดีแล้วให้ลอยนวลไปแบบนี้มันดูแปลก ๆ นะ
งง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เค้าเข้าทางคุณตำรวจนี่ ใช้มารยาหลอกล่อจนตำรวจ ทำเป็นลืมๆๆ
TurtleWorld
 
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014