หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ สามีตีตรา

สามีตีตรา ตอนที่ 4

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 17 กุมภาพันธ์ 2557 08:21 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
สามีตีตรา ตอนที่ 4
       สามีตีตรา ตอนที่ 4 (ต่อ)
       
       เมื่อกลับมาถึงบ้าน กันตาเล่าเรื่องศิวาให้กุนตีฟัง
       
       “แล้วไปท้าเขาอย่างนั้น เกิดเขาเอาจริงขึ้นมาจะว่ายังไง”
       กุนตีถามอย่างกังวล กันตายักไหล่ไม่สน
       “เก๊าะไม่ว่าไง...ถ้าดี ก็เอา ไม่ดี...ก็ไม่เอา”
       “ทำไมพูดยังกับเรื่องนี้เป็นเรื่องง่ายขนาดนั้นยัยก้อย”
       “ง่ายยังไงกันพี่กุ้ง หรือพี่กุ้งจะให้ก้อยเป็นแบบพี่กั้ง รักใครก็ทุ่มเทหมดใจไม่เผื่อเหลือเผื่อขาด...ก้อยไม่เอาด้วยละ ถ้าไม่มาชัวร์ อย่าหวังว่าก้อยจะเชิญมาร่วมชายคา”
       กุนตีอึ้งๆเริ่มจะงงตัวเอง
       “นี่คนอื่นเขาล้ำไป หรือเรามันล้าหลังกันแน่เนี่ย...”
       กันตาขำท่าทางของพี่สาว แล้วนึกขึ้นได้
       “เออพี่กุ้ง วันนี้คุณพิศุทธิ์มาหาก้อยที่โรงพยาบาล มาถามเรื่องพี่กั้ง ท่าทางเขาเครียดมาก ก้อยว่าคุณพิศุทธิ์ก็คงคิดถึงพี่กั้งไม่น้อยเหมือนกัน”
       “ชีวิตยัยกั้งมันถูกสาป คนที่เคยได้ก็ไม่มีดี พอเจอคนดีก็มีอุปสรรค”
       “ขอให้คุณพิศุทธิ์กล้าพอที่จะถอนคำสาปของพี่กั้งด้วยเถอะ...เพี้ยง”
       กันตากับกุนตีมองหน้ากันอย่างสงสารในโชคชะตาของกะรัต
       
       ฟองดาวยืนรอให้พิศุทธิ์เซ็นต์เอกสาร พิศุทธิ์กำลังเหม่อครุ่นคิดเรื่องกะรัตและนึกถึงคำพูดของกันตา
       “ผมไม่เคยคิดจะจากกั้งไปไหน”
       “แล้วคุณเคยคิดจะอยู่กับพี่กั้งทั้งชีวิตไหมคะ”
       “การล้างปมชีวิตพี่กั้ง ก็มีอยู่อย่างเดียว คือมีใครสักคนที่อยากอยู่กับพี่กั้งด้วยหัวใจ แต่ถ้าคุณไม่เคย คิดอย่างนั้น ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปแบบนี้ดีแล้วล่ะค่ะ อย่าเจอพี่กั้งเลย พี่กั้งจะได้ตัดใจจากคุณได้สักที”
       พิศุทธิ์นิ่งคิดว่าจะทำยังไงต่อไป ฟองดาวรู้สึกว่ารอนานแล้ว
       “เอ่อ...เอกสารนั่น เซ็นต์ตรงนี้ค่ะ”
       พิศุทธิ์ได้สติ แล้วรีบเซ็นต์เอกสาร สายน้ำผึ้งเคาะประตูและเปิดประตูเข้ามาพร้อมเอาแฟ้มงานมาให้พิศุทธิ์ ฟองดาวหันไปมอง
       “สวัสดีค่ะพี่ฟองดาว”
       ฟองดาวยิ้มให้
       “ขอตัวก่อนนะคะ”
       ฟองดาวเดินออกจากห้องแต่ไม่วายแอบเหลียวมองสายน้ำผึ้งกับพิศุทธิ์ ก่อนจะเดินออกไป
       “แฟ้มรายงานความต้องการสินค้าในตลาดค่ะ เห็นว่าคุณกำลังคิดผลิตภัณฑ์รสใหม่ เผื่อข้อมูลนี้จะช่วยให้คุณคิดได้ว่าจะทำอะไรเป็นรสใหม่ดี”
       “ขอบคุณมากครับ”
       เสียงท้องสายน้ำผึ้งร้อง เธอหัวเราะเขินๆ พิศุทธิ์ยิ้มๆ
       “สงสัยหนูน้อยจะหิว...อย่าลืมสิครับว่าคุณหมอให้คุณดูแลตัวเองดีๆ”
       สายน้ำผึ้งแกล้งหยอก
       “คุณหมอก็บอกให้คุณพ่อ ช่วยดูแลคุณแม่ด้วยนะคะ”
       พิศุทธิ์ยิ้มเก้อๆ สายน้ำผึ้งรุกต่อ
       “งั้นเราไปทานข้าวด้วยกันไหมคะ”
       พิศุทธิ์จะปฏิเสธ
       “เอ่อ...ผม...”
       สายน้ำผึ้งรีบพูดแทรก
       “อย่าปฏิเสธเลยนะคะ ฉันติดค้างหนี้บุญคุณมาหลายรอบแล้ว ขอให้ฉันได้เลี้ยงข้าวคุณสักมื้อเถอะนะคะ และฉันก็มีโปรเจกที่อเมริกาอยากปรึกษาคุณด้วย จะได้คุยระหว่างทานข้าวไปด้วยเลย...นะคะ”
       สายน้ำผึ้งมองพิศุทธิ์อย่างอ้อนวอน พิศุทธิ์อยากปฏิเสธ แต่คราวหน้าสายน้ำผึ้งก็ต้องชวนอีก พิศุทธิ์จึงยอมรับปากเพื่อให้ ทุกอย่างจบง่ายๆ
       
       สายน้ำผึ้งเดินร่าเริงมาเก็บของที่โต๊ะทำงาน ชายนี่กับยี่หวามองสายน้ำผึ้งที่ดูอารมณ์ดีอย่างสงสัย ยี่หวาเดินมาหา
       “อารมณดีจังนะจ๊ะ คนที่จะมีหน้ายิ้มแบบนี้ได้ ต้องเป็นคนที่มี…”
       ยี่หวาหันไปทางชายนี่ เพื่อให้ชายนี่รับมุกต่อ ชายนี่พูดเป็นเสียงร้องโอเปร่าพร้อมวาดมือเหมือนเต้นคาบาเล่
       “ความรัก”
       สายน้ำผึ้งแกล้งเขินใสซื่อ
       “พูดเว่อร์”
       “อย่ามาปฏิเสธ ถ้าเจ๊ไม่เห็นเธอไปกับคุณพิศุทธิ์สุดเลิฟ เจ๊ไม่แย...เธอหรอกนะ อุตส่าห์ไว้ใจ เห็นเธอตุ๊บป่อง แต่ที่ไหนได้...ฉกผู้ชายในฝันของเจ๊ไปซะได้” ชายนี่แกล้งกุมขมับเหมือนปวดหัว “อ๊าย นี่เกย์งามบ้านหนองมน แพ้ชะนี่ท้องบวมเหรอเนี่ย”
       สายน้ำผึ้งทำเป็นหัวเราะใสซื่อแต่ในใจกระหยิ่ม
       “คิดมากไปกันใหญ่แล้ว มันไม่มีอะไรสักหน่อย คุณพิศุทธิ์แค่พาผึ้งไปหาหมอเฉยๆ...คุณพิศุทธิ์แค่มีน้ำใจ ในฐานะเพื่อนร่วมงานเท่านั้นเอง”
       “เจ๊ก็เป็นเพื่อนร่วมงาน แต่คุณพิศุทธิ์ไม่เห็นจะพาเจ๊ไปส่งบ้านบ้างเลย”
       ยี่หวามองหน้าสายน้ำผึ้ง
       “อย่าปิดบังดีกว่าผึ้ง เราเห็นตาที่คุณพิศุทธิ์มองเธอ ก็รู้แล้วว่าต้องคิด อะไรมากกว่าเพื่อนแน่ๆ”
       สายน้ำผึ้งแอบยิ้มอย่างมีความหวัง พิศุทธิ์เดินมาหา
       “ไปกันรึยังครับ”
       “ไปค่ะ”
       พิศุทธิ์เดินไปหยิบเอกสารของสายน้ำผึ้งมาถือให้ เพราะอยากให้เธอเดินอุ้มท้องสบายๆ ชายนี่กับยี่หวามองพิศุทธิ์ที่เอาใจสายน้ำผึ้ง แล้วมองล้อๆ สายน้ำผึ้งยิ้มเขินๆ
       
       ในห้างสรรพสินค้ายามค่ำคืน...พิศุทธิ์กับน้ำผึ้งเดินออกจากร้านอาหาร เดินคุยกันจนถึงหน้าร้านขาย เครื่องเพชร สายน้ำผึ้งเหลือบไปเห็นแหวนเพชรที่วางโชว์อยู่ในตู้โชว์หน้าร้าน พิศุทธิ์เดินไปหยุดดูแหวนเพชร แล้วนึกถึงกะรัต
       “สวยไหมคะ”
       “ครับ…ชอบเหรอครับ”
       “อาทิตย์หน้าจะเป็นวันเกิดฉัน ฉันอยากได้แหวนสักวงเป็นของขวัญให้ตัวเองจัง” สายน้ำผึ้งมองราคา “แหม...แต่พอเห็นแล้วราคาแล้ว คงต้องตัดใจ”
       สายน้ำผึ้งแกล้งพูดเหมือนไม่คิดอะไร แต่ความจริงจงใจพูดอ้อมๆ ให้พิศุทธิ์รู้ว่าอยากได้แหวนวง นี้เป็นของขวัญ พิศุทธิ์มองราคา
       “อืม... ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมผู้ชายทุกคนต้องทำงานหนัก”
       สายน้ำผึ้งหัวเราะ พลางมองแหวนเพชร
       “คุณรู้ไหมคะ ผู้ชายชอบคิดว่าการจะขอผู้หญิงแต่งงาน ต้องมีเงินสินสอดเป็นแสนเป็นล้าน ต้องมีบ้านช่องใหญ่โตหรูหรา แต่ความจริง...ผู้หญิง ต้องการแค่แหวนเพชรเม็ดเล็กๆ มาสวมที่นิ้วนาง พร้อมกับคำสาบานว่าจะรัก และอยู่ด้วยกันไปจนกว่าลมหายใจสุดท้าย...เท่านี้ก็พอแล้ว”
       พิศุทธิ์มองแหวนเพชรในตู้โชว์แล้วคิดถึงกะรัต
       “ฉันขอเข้าห้องน้ำแป๊บนึงนะคะ”
       “เชิญครับ”
       สายน้ำผึ้งเดินไปทางห้องน้ำ พิศุทธิ์มองแหวนเพชรอย่างสนใจ
       
       สายน้ำผึ้งเดินกลับจากเข้าห้องน้ำ มองผ่านกระจกหน้าร้านขายเครื่องเพชรเข้าไป เห็นพิศุทธิ์อยู่ในร้าน กำลังดูแหวนเพชรวงหนึ่งอยู่ แล้วตัดสินใจซื้อ แล้วส่งให้พนักงานจัดใส่กล่อง เธอมองพิศุทธิ์ที่ซื้อแหวนวงเพชร แล้วหัวใจเต้นแรง ด้วยความหวังอย่างท่วมท้นว่า เขาอาจซื้อแหวนเพชรวงนั้นให้เธอ

สามีตีตรา ตอนที่ 4
       ค่ำนั้น พิศุทธิ์เข้าบ้านอย่างเครียดๆว่าจะพูดยังไงให้เนื้อแพรยอมรับความรักของตัวเองกับกะรัต ขณะที่ เนื้อแพรก็รอที่จะพูดเรื่องเดียวกัน
       “ชาย โกรธแม่เรื่องกะรัตอยู่รึเปล่าลูก”
       “แม่ครับ...แม่เคยสอนผมเองไม่ใช่เหรอครับว่า ถ้าเราจะรักใครสักคน เราไม่ควรเอาเหตุผลเป็นตัวตั้ง เพราะมันไม่ใช่รักแท้”
       “ชายพูดเหมือนชายรักเขามากจนตัดใจไม่ได้”
       “ผมก็แค่กำลังเรียนรู้ผู้หญิงคนหนึ่ง ด้วยใจที่เป็นธรรมเท่านั้นเอง”
       เนื้อแพรอึ้งไปกับคำพูดชัดถ้อยชัดคำของลูก
       “คนภายนอกอาจมองว่ากะรัตเป็นคนแรง รักง่ายหน่ายเร็ว แต่ผมว่า เขาก็เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาที่อยากมีครอบครัวอบอุ่นเหมือน คนอื่น...แต่เขาแค่โชคร้ายที่เจอผู้ชายไม่ซื่อสัตย์...ผมไม่อยากโยนความผิดให้เขาเหมือนคนอื่นๆครับแม่”
       พิศุทธิ์พูดยาวหมดใจ หวังให้แม่เข้าใจ แต่เนื้อแพรยังเป็นห่วงลูกมาก
       “แม่ไม่เคยสอนให้ลูกเอาเหตุผลมาตัดสินความรัก แต่การมีครอบครัว มันคนละเรื่อง กะรัตกับลูกอาจจะรักกัน...แต่เชื่อแม่เถอะว่าความรักมัน จะกลายเป็นซากแห่งความทรงจำทันที ถ้าเขายังไม่ได้เรียนรู้ที่จะ อดทนเพื่อคนอื่น...” เนื้อแพรเดินเข้ามาใกล้ลูกชาย ตั้งใจเตือน “แม่อยากให้ลูกไตร่ตรองให้ดี”
       เนื้อแพรมองลูก เหมือนอยากย้ำคำพูดทุกคำ แล้วเดินขึ้นข้างบนไป พิศุทธิ์มองตามแม่ รู้สึกหนักอึ้งไปหมด แล้วหยิบกล่องแหวนขึ้นมาคิดอะไรบางอย่าง
       
       วันใหม่...ชุดราตรีเรียงรายบนราวหลายชุด ล้วนเป็นชุดที่ออกแบบโดยฝีมือกะรัตสำหรับงานแฟชั่นโชว์ กะรัตนั่งเหม่ออยู่ที่โต๊ะทำงาน มือยังจับคาอยู่ที่ชุดฟินนาเล่อีกชุดที่ยังตัดเย็บไม่เสร็จ กฤชเปิดประตูเข้ามาพร้อมถุงเบเกอรี่เห็นอาการลูกสาวก็สงสาร เดินเข้าไปหา
       “ว่าไง ดีไซเนอร์คนเก่ง”
       กะรัตเสียงแหบแห้ง
       “พ่อ...”
       “พ่อซื้อเบเกอรี่เจ้าโปรดของลูกมาฝาก รู้อยู่ว่าใกล้งานแฟชั่นโชว์แบบนี้ เราต้องไม่เป็นอันกินอันนอนแน่ๆ” กฤชนั่งลง เปิดกล่อง
       “กั้งกินไม่ลงหรอกค่ะ”
       “พ่อรู้ว่ากั้งเสียใจ แต่พ่ออยากให้กั้งพิสูจน์ตัวเองว่า เรามีค่า ไม่ได้อยู่ไปวันๆเพียงเพื่อรอผู้ชาย กั้งให้เวลาตัวเองเศร้าได้ แต่อย่านานนัก” กฤชจับหัวลูกเบาๆ “อดีตที่เลวร้ายจะถูกกลบด้วยปัจจุบันที่ดี เชื่อพ่อนะ”
       กะรัตพยักหน้ายิ้มแห้งๆ
       “พ่อกลับไปทำงานต่อก่อนนะลูก อย่าลืมกินขนมนี่ด้วยล่ะ”
       “ขอบคุณค่ะพ่อ”
       กฤชก้มลงจุ๊บหน้าผากลูก เขย่าหัวลูกอย่างเอ็นดูก่อนเดินกลับออกไป
       
       กฤชเปิดประตูออกจากร้าน แล้วเดินไปขึ้นรถที่จอดอยู่ด้านหน้าแล้วขับรถออกไป ขณะเดียวกันสายน้ำผึ้งเดินมายืนมองไปที่ร้านของกะรัต
       กะรัตหลับตาลงเหมือนพยายามจะตัดเรื่องวุ่นวายออกไปจากใจ เธอผ่อนลมหายใจแล้วลืม อย่างพร้อมจะเริ่มต้นใหม่ ในสายตาเห็นเหมือนมีคนเดินเข้ามาในร้าน เธอหันไปมอง แล้วตกใจ
       “นังผึ้ง”
       สายน้ำผึ้งยืนเหยียดยิ้มตรงหน้ากะรัต กวาดตามองร้านที่ตกแต่งไว้อย่างตั้งใจ
       “เก่งนี่ ไม่อยากจะเชื่อนะว่าเพื่อนสาวฉันจะลุกขึ้นมาทำอะไรเป็นเรื่องเป็นราวกับเขาได้”
       “ใครอนุญาตให้แกเข้ามาในร้านฉัน”
       สายน้ำผึ้งยิ้มยั่วกวนประสาท
       “ฉันไม่ได้มาในฐานะผู้หญิงที่เคยมีผัวคนเดียวกับเธอ แต่ฉันมาในฐานะลูกค้าที่มาดูชุดว่าที่เจ้าสาว”
       “ชุดสำหรับแก มีแต่ชุดไปงานศพเท่านั้นละ” กะรัตหัวเราะเยาะ
       “ไม่ขายให้ฉันก็ไม่เป็นไร เพราะป่านนี้ว่าที่เจ้าบ่าวของฉัน คงดูชุดที่สวยที่สุด หรูที่สุดไว้ให้ฉันแล้ว”
       กะรัตอยากจะลากเพื่อนทรยศเข้ามาตบสักฉาดสองฉาด
       “ฉันก็แวะมาบอกเท่านี้ละ ไม่ได้หวังว่าชุดจากห้องเสื้อห่วยๆของเธอจะมีวาสนามาสวมอยู่บนตัวผู้หญิงที่สวยและโชคดีอย่างฉันหรอก”
       สายน้ำผึ้งพูดเยาะไว้แล้วจะเดินออกไป ในสายตามองเห็นถ้วยกาแฟตั้งอยู่ แกล้งยกมือปาดถ้วยกาแฟหกรดบนชุดฟินนาเล่ กะรัตตะลึงมอง
       “อุ๊บส์...ตายจริง ขอโทษนะจ๊ะ ชุดห่วยของเธอ มันเลอะซะละ” สายน้ำผึ้งเข้าไปไกล้ๆพูดแบบเน้นๆ “เลอะ แล้วก็เละเทะเหมือนเจ้าของ”
       สายน้ำผึ้งทิ้งสายตากวนประสาทไว้แล้วจะเดินออกไป
       “อีผึ้ง”
       กะรัตร้องเรียกเสียงแหลม กระโดดทีเดียวถึงตัวสายน้ำผึ้ง ดึงหันมาแล้วตบเพี้ยะ จังหวะที่ลูกค้าเพื่อนพวงหยกเดินเข้าร้านมาพอดี
       “หนูกั้งจ๊ะ คุณแม่หนู...” ลูกค้าโดนสายน้ำผึ้งที่ถูกกะรัตตบจนเซมาชน “ว๊าย”
       ลูกค้าเซกระเด็นไปจนทรงผม ฟูฟ่องแทบเสียทรงพร้อมร้องกรี๊ดกร๊าดโวยวายลั่นร้าน เหมือนโดนตบซะเอง สายน้ำผึ้งจับหน้าตัวเอง
       “ตบนี้ฉันไม่ถือสาหรอกนะ ถือว่าให้ทานผู้หญิงบ้า ที่ผัวสามคนยังหนีไปตายกันหมด”
       “อี...”
       กะรัตจะกระโจนใส่ พนักงานในร้านมาดึงกะรัตไว้ สายน้ำผึ้งสะใจที่ยั้วกะรัตจนของขึ้น ยิ้มอย่างเหนือกว่าแล้วเดินออกจากร้านไป กะรัตวิ่งไล่ออกไปจนถึงถนนหน้าร้าน ลูกค้าวิ่งตามออกมายืนดู กะรัตคว้าตัวได้ แต่สายน้ำผึ้งสะบัด กะรัตเซ จังหวะที่แท็กซี่แล่นมาพอดี
       “แท็กซี่”
       รถจอด สายน้ำผึ้งรีบโดดขึ้นรถไป
       “อีผึ้ง อีชั่ว แน่จริงกลับมาซิ กลับมา”
       กะรัตด่าลั่นอยู่ข้างทาง สายน้ำผึ้งโผล่หน้าออกมายิ้ม โบกมือเย้ย กะรัตแค้นจนตัวสั่น หันไปเห็นลูกค้ายังยืนมอง
       “มองอะไร”
       
       กะรัตพาล ก้าวฉับๆกลับเข้าร้านแล้วหันป้าย CLOSE ออกมา ลูกค้าถึงกับอึ้ง

สามีตีตรา ตอนที่ 4
       พวงหยกกระแทกมือถือลงบนโต๊ะ เจ้าสัวบัญชาเดินถือหนังสือออกมาจากด้านในพอดี
        
       “ยัยกั้งนะยัยกั้ง แค่โดนลูกชายนังเนื้อแพรหักอก ถึงกับคลั่งเป็นหมาบ้า เที่ยวไล่กัดคนเขาไปทั่ว”
       “เป็นอะไรไปอีกล่ะ อั๊วเห็นลื้อโวยวายเสียงแปร๋นแบบนี้ได้ทู้กวัน” เจ้าสัวบัญชารำคาญ
       “ก็หลานรักเตี่ยน่ะสิ สติแตกเพราะผู้ชายคนเดียว นี่ก็อาละวาดลั่นร้านจน เพื่อนหนูกระเจิดกระเจิงกันหมด ขายหน้าจริงๆ”
       “ยัยกั้งไม่น่าเสียสติขนาดนั้น ถ้าไม่มีใครไปทำให้สติมันเสีย” เจ้าสัวบัญชาสงสัย
       “หนูจะไปเอาเรื่องมัน” พวงหยกจะเดินออกไป
       “เดี๋ยวๆ...อั๊วว่า ลื้อเว้นไว้สักครั้งเถอะ อากั้งมีเรื่องเยอะมากพออยู่แล้ว ลื้ออย่าเอาเรื่องไปโยนใส่หัวมันอีกเลย”
       “แต่มันทำให้หนูเสียหน้านะเตี่ย”
       “แล้วลื้อจะรักษาหน้าไว้ทำไม ถ้ารู้ว่าใจลูกมันเจ็บ...จะมีสักครั้งมั้ยที่ลื้อจะหยุดคิดถึงตัวเอง แล้วนั่งลงฟังปัญหาของลูก ถึงจะช่วยอะไรไม่ได้ แต่อย่างน้อย มันก็ยังรู้ว่าคนที่คลอดมันออกมา ไม่เอาแต่ซ้ำเติม”
       บัญชาให้สติพวงหยกแล้วเดินออกไป
       “เข้าข้างกันเข้าไป จะมีใครอยู่ข้างฉันบ้างมั้ยเนี้ย” พวงหยกค้อน
       
       กะรัตนั่งนิ่งคนเดียวในมุมมืดของร้าน มองชุดแต่งงานที่เลอะคราบกาแฟ เธอนึกถึงคำพูดของนื้อแพร
       “คุณคงรู้ดีว่าการแต่งงานที่ล้มเหลว มันสร้างบาดแผลให้ชีวิตเรายังไง อย่าหยิบยื่นบาดแผลนั้นให้คนดีๆ อย่างพิศุทธิ์เลยนะ”
       คำพูดเนื้อแพร ตอกย้ำให้ความรู้สึกยิ่งร้าวราน กะรัตนึกถึงคำพูดของสายน้ำผึ้งเมื่อครู่
       “ตบนี้ฉันไม่ถือสาหรอกนะ ถือว่าให้ทานผู้หญิงบ้า ที่ผัวสามคนยังหนีไปตายกันหมด”
       กะรัตน้ำตาซึม มองกรรไกรที่วางอยู่ใกล้ๆ แล้วตัดสินใจหยิบกรรไกรขึ้นมา
       
       เย็นนั้น พิศุทธิ์ปิดแฟ้มลงอย่างเครียดๆลุกขึ้นมือปัดแฟ้มไปโดนแก้วน้ำล้มลงหยดน้ำกระเซ็นโดนรูปหน้ากะรัตที่หน้าปัดมือถือเป็นหยดน้ำตา พิศุทธิ์หยิบมือถือขึ้นมอง ยกนิ้วแตะซับน้ำออกเบาๆ แล้วตัดสินใจคว้ากุญแจรถออกไป
       
       เนื้อแพรยืนแอบดูอาการของลูกชายอยู่ริมหน้าต่าง เห็นเขาขึ้นรถแล้วขับออกไป เนื้อแพรมองตามแล้วถอนใจว่า ว่าตนเองคิดผิดหรือเปล่า
       
       สายน้ำผึ้งอยู่ในบ้าน เทน้ำใส่กาชาที่มีลวดลายสวยราคาแพง ข้างๆกาชามีขนมราคาแพง ที่ไว้กินกับชา เธอ ดื่มชาด้วยทวงท่าดูเป็นผู้ดี รสสุคนธ์เดินมาเห็น จึงรีบไปดึงแก้วชาจากมือหลานสาว
       “คนท้องเขาห้ามดื่มชากาแฟนะผึ้ง”
       “จิบนิดจิบหน่อย ไม่เป็นอะไรหรอกน้ารส” สายน้ำผึ้งแย่งแก้วชามา
       “เมื่อก่อนไม่เห็นผึ้งจะดื่มชาเลย” รสสุคนธ์มองหลานอย่างสงสัย
       “ผึ้งก็แค่เตรียมตัวไว้ จะมีสามีเป็นผู้รากมากดีทั้งที ก็ต้องหัดดื่มหัดกินให้เหมือนเขา ครอบครัวเขาจะได้ไม่ดูถูกว่าไปคว้า ผู้หญิงที่ไหนมาเป็นเมีย” สายน้ำผึ้งยิ้มมีความสุข
       “ไปกันใหญ่แล้วผึ้งเอ๊ย ท้องก็โตขึ้นทุกวันๆ ใครที่ไหนจะเอาไป เป็นภาระ” รสสุคนธ์ถอนใจ
       “แต่คุณพิศุทธิ์เป็นคนจิตใจดีนะน้ารส เขาไม่มีทางรังเกียจผึ้ง น้ารสก็เห็นว่าเขาเอาใจใส่และห่วงผึ้งกับลูกมาก”
       “จะทำอะไรก็นึกถึงลูกให้มากๆแล้วกัน แค่นี้มันก็ อาภัพพออยู่แล้ว”
       รสสุคนธ์มองหลานอย่างอ่อนใจ ก่อนจะเดินกลับเข้าข้างในไป คำพูดของน้า แทนที่จะทำให้สายน้ำผึ้งคิดตาม กลับคิดไปตรงข้าม เธอหยิบนามบัตรพิศุทธิ์ที่วางบนโต๊ะขึ้นมอง
       “ที่ผึ้งทำ ก็เพราะนึกถึงลูกไง”
       สายน้ำผึ้งวางมือที่ท้องตัวเอง เต็มไปด้วยความหวัง
       
       ค่ำนั้น พิศุทธิ์ขับรถเข้ามาจอดหน้าห้องเสื้อ กะรัตถือกรรไกรนั่งมองชุดฟินนาเล่ที่เลอะคราบกาแฟอย่างสับสน คำเตือนของพ่อแว่วเข้ามา
       “พ่ออยากให้ลูกเชื่อมั่นใจตัวเอง ลุกขึ้นมาทำตัวเองให้มีค่ากว่านี้”
       กะรัตตัดสินใจจรดกรรไกรลงบนรอยกาแฟเริ่มจากชายกระโปรงไล่ตัดรอยกาแฟออก จากชายเลื้อยไล่ ไปจนถึงเอว เธอคลี่ลูกไม้ขึ้นมาวางทาบลงบนส่วนกระโปรงที่ตัดออกไป พิศุทธิ์เดินมาแอบมองอยู่ตรงหน้าร้าน เห็นเธอใช้กรรไกรตัดเล็มลูกไม้ ปลายกรรไกรพลาดโดนนิ้ว ทั้งกะรัตและพิศุทธิ์สะดุ้งพร้อมกัน พิศุทธิ์ขยับตัวไปด้วยความเป็นห่วง แต่ก้าวไปก้าวเดียวก็ตัดสินใจหยุดลง กะรัตรีบคว้าทิชชูซับเลือด รู้สึกเหมือนอะไรๆมันเลวร้ายไปหมด ท่าทางดูน่าสงสารมาก พิศุทธิ์ยืนแอบมองด้วยความสงสารจับใจ
       
       เช้าวันใหม่...เด็กรับใช้กำลังตักข้าวใส่ชามให้ พวงหยก กุนตี และกันตา อยู่ที่โต๊ะอาหาร กฤชเดินมานั่งร่วมโต๊ะด้วย
       “โฮ้ย...สงสัยวันนี้หิมะจะตรงกลางบ้าน สามีสุดประเสริฐให้เกียรตินั่งร่วมรับประทานอาหารเช้าด้วย” พวงหยกหันไปทางกันตา “ยายก้อยรีบถ่ายรูป เป็นที่ระลึกเร้ว”
       “แม่” กันตากับกุนตีส่งเสียงปรามพร้อมกัน
       กะรัตเดินอย่างรีบร้อนผ่านโต๊ะอาหารเพื่อไปขึ้นรถหน้าบ้าน นวลเดินหอบนิตยสารแฟชั่นหลายเล่ม สมุดสเก็ตแบบเล่มหนา สมุดตัวอย่างผ้าหนาๆ จนท่วมจะปิดหน้านวลอยู่แล้ว กุนตีหันไปเรียก
       “กั้งไม่กินข้าวต้มด้วยกันเหรอ พักนี้ไม่ค่อยกินอะไรเลย ระวังจะล้ม กลางงานนะ”
       “ไม่ล่ะคะ กั้งรีบ” กะรัตจะเดินไป
       พวงหยกเรียกไว้
       “เดี๋ยว บัตรเชิญเข้างานที่ฉันขอให้เพื่อนน่ะ อยู่ไหน”
       กะรัตหยิบซองใส่บัตรเชิญปึกหนึ่งวางที่โต๊ะอาหาร
       “แม่อยากได้กี่ใบ ก็หยิบเอาไปเลย”
       กะรัตเดินออกไปโดยไม่รอให้พวงหยกบอกอนุญาต กฤชมองบัตรเชิญเข้างานแฟชั่นโชว์ของกะรัต แล้วคิดบางอย่าง พวงหยกพูดไล่หลังกะรัต
       “เชิญเสด็จเถอะย่ะ” พวงหยกหันมาเหน็บกฤชอีก “คนบ้านนี้ ถ้ามันกระสันจะออกไป ต่อให้เอารถถังทั้งกรมมาฉุดไว้ ก็เอาไม่อยู่”
       กฤชวางช้อนลงชามอย่างเซ็งอารมณ์ ลุกขึ้นพร้อมกับหยิบบัตรเชิญเข้างานแฟชั่น โชว์มา 1 ใบแล้วหันไปพูดกับกันตาและกุนตี
       “พ่อไปก่อนนะลูก”
       กฤชเดินออกไปโดยไม่บอกลาภรรยา พวงหยกพูดไล่หลัง
       “นั่นคุณจะเอาบัตรไปให้ใคร คุณกฤช ไม่ได้ยินที่ฉันถามรึไง”
       พวงหยกมองตามกฤชอย่างสงสัยว่า กฤชจะเอาบัตรเข้างานแฟชั่นโชว์ไปให้ใคร
       
       สปาเนื้อแพรยามเย็น...กฤชเดินเข้าไปในสปาถือการ์ดงานแฟชั่นโชว์กะรัตไปด้วย พวงหยกแอบสะกดรอยตาม มองสปาที่ดูหรูหราแล้วของขึ้น จ้องเขม็งเข้าไปไฟแทบลุกออกจากตา...กฤชเดินถือการ์ดเข้าห้องมา ในห้องทำงานในสปา เนื้อแพรกำลังก้มหยิบกระเป๋าถือจะกลับบ้าน ชะงักมอง
       “อ้าว คุณ...จะมาไม่เห็นโทรบอกแพร”
       “ผมแวะเอาการ์ดเชิญมาให้” กฤชยื่นการ์ดให้ “ยัยกั้งกำลังจะมีงานแฟชั่นโชว์ เผื่อคุณจะสนใจ”
       เนื้อแพร รู้สึกดีที่กะรัตหันมาเอาจริงกับงาน
       “ก็ดีนะคะ หันไปมุ่งมั่นกับงาน เขาจะได้ลืมเรื่องอื่นซะบ้าง”
       “แพร...ผมไม่ได้เข้าข้างลูก แต่ผมว่าคงไม่มีผู้หญิงคนไหน อยากเป็นม่ายและผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำอีกแบบนี้หรอก”
       “แล้วคุณจะให้แพรทำยังไง”
       “ผมเข้าใจคุณนะแพร แล้วก็ไม่ได้อยากเสนอลูกสาวให้ใคร ผมแค่อยากให้คุณลองให้อิสระกับพวกเขา ไม่ต้องควบคุมความคิดเขาอีก”
       เนื้อแพรนิ่งฟัง ไม่ได้ตอบโต้ กฤชเข้าไปจับไหล่เธอไว้ทั้งสองข้าง
       “ปล่อยให้พวกเขาเลือกเส้นทางของเขาเอง...คนเป็นพ่อเป็นแม่ ความสุขของลูกสำคัญที่สุดไม่ใช่เหรอ”
       พวงหยกดันประตูเข้าไป เห็นด้านหลังของกฤชที่จับไหล่เนื้อแพร สองคนดูใกล้ชิดกันมาก
       “คุณกลับไปก่อนเถอะค่ะ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ฉันคงให้คำตอบคุณเวลานี้ไม่ได้”
       กฤชจะปล่อยมือจากเนื้อแพร เสียงพวงหยกดังขึ้น
       
       “หน้าด้านหน้าทนกันเหลือเกินนะ”

สามีตีตรา ตอนที่ 4
       สองคนตกใจ หันมามอง
        
       “พวงหยก”
       พวงหยกที่หึงจนหน้ามืด เอาเรื่องทันที พนักงานพากันวิ่งมาหยุดดูอย่างตกใจอยู่ที่หน้าห้อง
       “หนอย...เอาตัวเข้าแลกสูบเงินผัวฉันมาเปิดสปาซะหรูหรา มืออาชีพ ขนาดนี้ ไม่เปิดซ่องซะเลยล่ะ”
       “คุณ” กฤชปราม
       เนื้อแพรจ้องหน้า
       “คุณไม่มีสิทธิ์มาส่งเสียงเอะอะในที่ของฉัน”
       “อ๋อ...ที่ของแก แกจะบอกว่าผู้ชายคนนี้ เป็นผัวแกด้วยงั้นสิ”
       เนื้อแพรถึงกับอึ้งกับความหยาบคายของพวงหยก
       “แย่งผัวฉันยังไม่พอ ยังสอนลูกให้เป็นผีสูบเลือด คิดจะให้ลูกแกมาจับลูกฉันอีกคนหน้าไม่มียางอาย”
       “หยุดนะ ไปจากที่นี่ก่อนที่ฉันจะให้ยามมาลากตัวคุณออกไป” เนื้อแพรโกรธ
       “คิดว่าฉันกลัวแกรึไง”
       พวงหยกที่เลือดขึ้นหน้า ถลาเข้าไปหาเนื้อแพร กฤชรีบยึดตัวเมียไว้
       “หยก ทำบ้าอะไรของคุณ”
       “ปล่อยเขาเถอะค่ะ...” เนื้อแพรจ้องหน้าพวงหยก “ถ้าไม่กลัวเป็นข่าวหน้าหนึ่งก็เข้ามา ดาราดังถูกลูกสาวเจ้าสัวใหญ่บุกตบ นักข่าวคงเล่นข่าวกันสนุกแน่”
       พวกหยกแทบกระอักเลือดที่ถูกเนื้อแพรท้าทาย แต่คำขู่ก็ได้ผล พวงหยกไม่กล้าเข้าใกล้เนื้อแพรอีก
       “ไป กลับกันได้แล้ว คุณทำแบบนี้ทำไม”
       พวงหยกหันไปซัดกฤช
       “ปกป้องกันดีเหลือเกินนะ...คอยดูนะ ถ้าฉันรู้ว่าแกปล่อย ให้ลูกแกมาวุ่นวายกับลูกฉันอีกละก็ แกไม่ได้อยู่ดีแน่”
       กฤชลากพวงหยกที่ยังคลั่งออกไป เนื้อแพรรู้สึกเครียดตึง หนักใจกับปัญหาคาราคาซังไม่จบไม่สิ้นซะที
       
       ค่ำนั้น เนื้อแพรเดินกลับมาบ้านอย่างเหนื่อยๆ ไฟมืดทั้งบ้าน เธอจะเดินไปเปิดไฟ ตกใจนิดๆที่เห็นพิศุทธิ์นอนหลับอยู่บนโซฟาจึงเดินเข้าไปหา พิศุทธิ์ตกใจตื่น ลุกขึ้น
       “ทำไมมานอนมืดๆตรงนี้ล่ะลูก”
       พิศุทธิ์ไม่พูดอะไร จะเดินขึ้นข้างบน
       “ชาย”
       “กู๊ดไนท์ครับแม่”
       พิศุทธิ์เดินผ่านไปอย่างซึมๆ เนื้อแพรเห็นความเศร้าซึมไร้สุขของลูกก็สงสาร แต่นึกถึงคำพูดดูถูกของพวงหยก
       “แย่งผัวฉันยังไม่พอ ยังสอนลูกให้เป็นผีสูบเลือด คิดจะให้ลูกแกมาจับลูกฉันอีกคนหน้าไม่มียางอาย”
       เนื้อแพรมองการ์ดในมือแล้วจะปาทิ้ง แต่ต้องชะงักเมื่อนึกถึงคำพูดของกฤช
       “ปล่อยให้พวกเขาเลือกเส้นทางของเขาเอง...คนเป็นพ่อเป็นแม่ ความสุขของลูกสำคัญที่สุดไม่ใช่เหรอ”
       เนื้อแพรมองไปที่ห้องพิศุทธิ์ และมองการ์ดที่อยู่ในมืออย่างครุ่นคิด
       
       พิศุทธิ์นั่งลงบนเตียงอย่างเซ็งๆ ยกมือถือขึ้นมา เปิดเข้าไปในอินสตาแกรมของกะรัต เห็นเธอในลุคดีไซน์เนอร์เท่ๆ กับข้อความแฟชั่นโชว์ครั้งแรก ของห้องเสื้อกะรัต เขานึกถึงภาพที่เห็นกะรัตนั่งทำงานคนเดียวเศร้าๆ สร้างความสะเทือนใจให้กับเขามาก แล้วเขาก็คิดถึงช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันในร้านอาหาร เธอขอให้เขาคิดถึงขนมรสเฉพาะขึ้นมา
       “ฉันอยากให้คุณวิจัยรสชาติขนม ที่มันเป็นรสของฉันคนเดียวจังเลย คุณทำให้ฉันได้ไหมคะ”
       พิศุทธิ์ยิ้มๆ คิดตัดสินใจอะไรบางอย่าง เนื้อแพรเดินผ่านห้องนอนลูก เห็นประตูแง้มอยู่ เลยหันมองเข้าไปเห็นพิศุทธิ์หยิบสูทออกมาแขวนไว้ เนื้อแพรมองพอจะเข้าใจว่าลูกชายเตรียมจะไปใหน
       
       เช้าวันใหม่...พิศุทธิ์เดินเขามาในออฟฟิตใส่เสื้อสูทตัวที่หยิบมาเมื่อคืน
       “คุณพิศุทธิ์แต่งตัวหล่อจังนะฮะระวัง...จะทำหัวใจเกย์...ละลาย” ชายนี่มองอย่างตะลึง
       พิศุทธิ์ยิ้มรับไม่ตอบ แล้วเดินไปห้องทำงานของตัวเอง สายน้ำผึ้งมองตาม ยี่หวาปรายตาไปที่สายน้ำผึ้ง
       “เอ๊ะ...แต่งตัวหล่อแบบนี้ หรือว่าจะมีอะไรพิเศษ”
       สายน้ำผึ้งคิดด้วยใบหน้ามีความสุข
       
       พิศุทธิ์เข้าห้องทำงาน ฟองดาวเดินตามเข้ามา
       “ฟองโทรสั่งดอกไม้ตามเวลา และสถานที่ที่คุณพิศุทธิ์สั่งเรียบร้อย แล้วนะคะ”
       “ขอบคุณมากครับ”
       ฟองดาวถือถุงกระดาษสวยๆ วางบนโต๊ะทำงานของพิศุทธิ์
       “แล้วนี่ก็ของที่คุณพิศุทธิ์ฝากให้ฟองเลือกซื้อให้ค่ะ เดี๋ยวพวกนั้นกำลังจะจุดเทียนเป่าเค้กกันแล้ว คุณพิศุทธิ์ออกไปไหมคะ”
       พิศุทธิ์นิ่ง ยังไม่ตอบอะไร
       
       สายน้ำผึ้งกำลังทำงานอยู่ ทันใดนั้นเพื่อนๆพนักงานถือเค้ก ที่มีเทียนปักอยู่เดินร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ เข้ามาเซอร์ไพร์ส สายน้ำผึ้งมองเพื่อนพนักงานอย่างปลาบปลื้ม
       “อธิษฐานสิผึ้ง” เพื่อนบอก
       สายน้ำผึ้งหลับตาอธิษฐานในใจ
       “ลูกจ๋า...เราช่วยกันอธิษฐาน ขอให้ความรักครั้งใหม่ของแม่เป็นไปอย่างมีหวัง ขอให้คนนั้น เป็นพ่อของลูก”
       สายน้ำผึ้งลืมตา เห็นพิศุทธิ์ยืนอยู่ตรงหน้า เธอยิ้มให้เขา พิศุทธิ์ยื่นกล่องของขวัญ ซึ่งเป็นกล่องสี่เหลี่ยมขนาดไม่ใหญ่ ขนาดกะทัดรัดที่ทำให้ สายน้ำผึ้งคิดว่าในกล่องนั้นบรรจุกล่องใส่แหวนเพชรอยู่
       “ผมขอให้นับจากนี้ไป คุณมีแต่ความสุขนะครับ”
       สายน้ำผึ้งรับกล่องของขวัญจากพิศุทธิ์ด้วยหัวใจพองโต เพื่อนๆพนักงานต่างทยอยให้ของขวัญ พร้อมกับมอง สายน้ำผึ้งแล้วยิ้มล้อๆ
       
       คืนนั้น...พนักงานหญิงแต่งหน้า ตบแป้งเตรียมกลับบ้าน แล้วเดินออกไปสวนกับสายน้ำผึ้งกับยี่หวาที่เดินเข้ามา สายน้ำผึ้งเดินมายืนอยู่ที่หน้ากระจกแล้วมองตัวเองด้วยสายตาที่มีความสุขแล้วคิดถึงกะรัต
       “ในที่สุด ฉันก็ชนะเธอ กั้ง”
       
       สื่อมวลชนยืนอออยู่เต็มหน้างานแฟชั่นโชว์ ซึ่งจัดขึ้นในโรงแรมหรู แสงแฟลชจากกล้อง สว่างวูบวาบ ดีไซเนอร์ชื่อดัง นางแบบ และ ไฮโซมาร่วมงานมากมาย รูปกะรัตที่ขยายใหญ่ในชุดฟินาเล่ที่เคยเลอะกาแฟ ถูกตกแต่งใหม่อย่างสวยงาม ลายลูกไม้ที่กะรัตปะทับไปกลายเป็นจุดเด่นของชุด ตั้งโชว์อยู่ตรงบริเวณต้อนรับพร้อมตัวอักษรชื่องาน “MY LIFE” เจ้าสัวบัญชายืนต้อนรับและคุยกับแขกอยู่ กฤชชะเง้อมองรอเนื้อแพร แขกที่มางานต่างพากันชื่นชมความสวยงามมีสไตล์ของชุดนั้น บ้างก็ถ่ายรูปคู่อย่างสนุกสนาน
       “ชุดนี้สวยจริงๆนะคะ ยิ่งมีหนูกะรัตเป็นนางแบบ ยิ่งทำให้ชุดดูดีมาก สงสัยเดี๊ยนต้องรีบจองซะแล้ว” แขกคนหนึ่งชื่นชม
       เจ้าสัวบัญชาหัวเราะอารมณ์ดี
       “กั้งเขาฉายแววนักออกแบบมาแต่เด็กแล้ว”
       “เจ้าสัวนี่ใจดีจังเลยนะคะ ยอมให้หลานสาวออกมาทำธุรกิจนอกกงสี แบบนี้”
       “โอ๊ย เรื่องบังคับจิตใจคน ผมไม่ทำอยู่แล้ว ใครถนัดอะไรก็ต้องปล่อยให้เขาลองชีวิตเป็นของเขา”
       “เกิดเป็นหลานสาวเจ้าสัวนี่ มีบุญจริงๆนะคะ”
       เจ้าสัวบัญชาหัวเราะชอบใจ แล้วชวนแขกไปถ่ายรูปร่วมกัน ใกล้ๆกันนั้นกฤชรอว่าเนื้อแพรจะมาหรือเปล่า
       “จะเข้าไปในงานกันรึยังอากฤช” เจ้าสัวบัญชาเดินมาเรียก
       “ครับเตี่ย”
       กฤชต้องเดินเข้าไปกับเจ้าสัว
       
       พิศุทธิ์เลิกงานรีบเดินมาที่รถ สายน้ำผึ้งเดินตามมา
       “คุณพิศุทธิ์คะ”
       พิศุทธิ์ชะงักหันไปมอง
       “มีอะไรครับคุณผึ้ง”
       “คือผึ้งจะไปเลี้ยงวันเกิดกับเพื่อนๆน่ะค่ะ คุณพิศุทธิ์ไปด้วยกันนะคะ”
       “แต่ว่า...”
       ชายนี่ ยี่หวาและกลุ่มเพื่อนพนักงานเดินเข้ามาหาพิศุทธิ์
       “ไปด้วยกันนะฮะ” ชายนี่ชวน
       
       ชายนี่กับ ยี่หวา และพนักงานคนอื่นต่างคะยั้นคะยอ สายน้ำผึ้งแอบยิ้มว่าเขาปฏิเสธไม่ได้แน่

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
สามีตีตรา ตอนที่ 13 จบบริบูรณ์
สามีตีตรา ตอนที่ 12
สามีตีตรา ตอนที่ 11
สามีตีตรา ตอนที่ 10
สามีตีตรา ตอนที่ 9
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 10 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 9 คน
90 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
10 %
ความคิดเห็นที่ 4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สนุกมากค่่พะพระเอกน่ารักเว่อร
ชอบม้าก
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คือว่าก็รู้เรื่องมาบ้างแล้วนะคะ แต่มันต้องอ่านน่ะ มันต้องอ่าน ^___^
fly-girl
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เรื่องนี้อีกแล้วสินะ ที่อิชั้นจะติดตามเฝ้ารอคอยการอัพอย่างใจจดใจ่อต่อไป ^^
นักอ่าน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ติดงอมแงม รีบมานะคะ อิ อิ
เพ็ญ บ้านสวน ชลบุรี
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014