หน้าแรกผู้จัดการ Online | ข่าว
ข่าว อื่นๆ

แปลกแต่จริง.. สื่อรัสเซียสวนสื่อจีน “ไม่มีการเซ็นซื้อขาย Su-35, เรือดำน้ำ”

ดูภาพชุดจาก Manager Multimedia
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 26 มีนาคม 2556 20:26 น.
        .
       

       
เครื่องบินรบยุคที่ 4++ ซูคอย Su-35 ขึ้นบินสาธิตความคล่องแคล่วในงานมอสโกแอร์โชว์ 2554 หรือ MAKS 2011 ที่จัดขึ้นชานเมืองหลวงของรัสเซีย โทรทัศน์แห่งชาติของจีนรายงานว่า จีนได้ตกลงซื้อเครื่องบินรุ่นนี้จำนวน 24 ลำ ระหว่างการเยือนของประธานาธิบดีสีจิ้นผิงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมกับซื้อเรือดำน้ำอีก 4 ลำ เครื่องยนต์ไอพ่นรุ่น 117S ที่รัสเซียใช้กับ Su-35 และ T-50 PAK FA ในปัจจุบัน รวมทั้งระบบจรวดป้องกันทางอากาศ S-400 ด้วย รายงานของโทรทัศน์จีนค่อนข้างสับสนกับข้อเท็จจริงหลายประการ และสื่อในรัสเซียเองที่โดยปกติจะไม่เคยละเว้นข่าวใหญ่เช่นนี้กลับเงียบกริบ...


        .
       
ASTVผู้จัดการออนไลน์ - ข่าวการซื้ออาวุธรัสเซียล็อตใหญ่ของจีนที่รายงานโดยข่ายโทรทัศน์แห่งชาติจีนระหว่างประธานาธิบดีสีจิ้นผิงไปเยือนสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นเรื่องที่ทั่วภูมิภาคเอเชียตั้งแต่เกาหลี ญี่ปุ่น เวียดนาม สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ไปจนถึงอินเดียต่างจับตามอง และเสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังไปทั่ว ในขณะที่สื่อในรัสเซียต่างเงียบกริบ ไม่มีข่าวนี้ ยกเว้นเพียง 1 สำนักที่ได้ออกปฏิเสธรายงานของข่ายโทรทัศน์กลาง หรือ CCTV ในกรุงปักกิ่ง
       
       เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากโทรทัศน์จีนรายงานเรื่องนี้ อิตาร์ทาส (ITAR-TASS) ซึ่งเป็นหนึ่งในสำนักข่าวของทางการรัสเซีย ได้รายงานตอบโต้ว่า “ไม่มีการเซ็นสัญญาซื้อขายอาวุธใดๆ ระหว่างการเยือนของประธานาธิบดีจีนสีจิ้นผิง สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา”
       
       TASS รายงานเรื่องนี้โดยอ้างคำพูดของแหล่งข่าวกลาโหมที่อยู่วงใน ระหว่างการเยือนของผู้นำจีน และภริยา
       
       “สองฝ่ายไม่ได้มีการเซ็นสัญญาใดๆ เกี่ยวกับการซื้อขายอาวุธใดๆ ทั้งสิ้น และไม่มีวาระนี้ระหว่างการเยือนของประธานาธิบดีจีนนายสีจิ้นผิง” TASS กล่าว
       
       สำนักข่าวอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ อินเตอร์แฟ็กซ์ (InterFax) ที่มักจะเปิดเผยเรื่องการซื้อขายอาวุธก่อนใครๆ เสมอ และในหลายกรณีเป็นรายงานล่วงหน้า ก็ไม่มีข่าวนี้ เช่นเดียวกับสำนักข่าวโนวอสติที่ได้ชื่อในเรื่องความเร็วกับความรอบด้าน ขณะที่สำนักข่าวกลาโหมชั้นนำของรัสเซียคือ “เล็นตาด็อทอาร์ยู” รายงานแต่เพียงว่า “ทราบจากสื่อจีน”
       
       ในเว็บไซต์นิตยสาร “คอมเมอร์ซันต์” สื่อของบริษัทส่งออกอาวุธยุทโธปกรณ์ในสังกัดกระทรวงกลาโหมรัสเซีย ก็ไม่มีข่าวนี้เช่นกัน ซึ่งปกติทั่วไปจะต้องเป็นข่าวใหญ่ เพราะเป็นการเน้นย้ำถึงคุณภาพของอาวุธรัสเซียเอง
       
       การซื้อขายอาวุธในยุคใหม่ไม่ได้เป็นความลับสุดยอดอีกต่อไป ซึ่งต่างไปจากยุคคอมมิวนิสต์สหภาพโซเวียต ทั้งนี้ เนื่องจากรัสเซียมีข้อตกลงกับโลกตะวันตกที่จะต้องจำหน่ายอาวุธให้แก่ลูกค้ารายต่างๆ ด้วยความโปร่งใส การซื้อขายอาวุธใดๆ กับจีน หรือมิตรประเทศอื่นๆ ก็ต้องปฏิบัติเช่นเดียวกัน
       
       เมื่อสงครามกลางเมืองในซีเรียปะทุขึ้นใหม่ๆ รัสเซียแถลงอย่างเปิดเผยว่า ได้ส่งอาวุธจำนวนหนึ่งให้แก่ฝ่ายรัฐบาลประธานาธิบดีอัสสาด ที่กำลังต่อสู้กับฝ่ายกบฏเรียกร้องประชาธิปไตย และเสรีภาพ แต่ทั้งนี้ เป็นการส่งมอบตามข้อตกลงซื้อขายที่เซ็นกันก่อนหน้านั้นเป็นเวลาหลายปี..
       
       ในเดือน ม.ค. ปีนี้ TASS เป็นแห่งแรกที่ออกปฏิเสธรายงานของสื่อในจีนที่ว่า รัสเซียได้ตกลงขายเครื่องบินทิ้งระเบิดยุทธศาสตร์ความเร็วเหนือเสียงแบบ Tu-20M3 รุ่นใหม่ล่าสุด จำนวน 12 ลำ ให้แก่จีน และเพียงข้ามวันต่อมา บริษัทส่งออกอาวุธของกระทรวงกลาโหมได้ออกยืนยันว่า “ไม่เคยมีการเจรจากันในเรืองนี้” ทั้งยังระบุด้วยว่า รัสเซียไม่สามารถส่งออก “อาวุธยุทธศาสตร์” ได้
       
       โทรทัศน์แห่งชาติจีนซึ่งเป็นต้นตอของข่าวอื้อฉาวล่าสุดรายงานว่า สองฝ่ายได้เซ็นความตกลงซื้อขายเครื่องบินซู-35 “ซูเปอร์แฟล็งเคอร์” จำนวน 24 ลำ กับเรือดำน้ำชั้นลาดา (Lada-class) อีก 4 ลำ ในนั้น 2 ลำจะต่อในรัสเซีย อีก 2 ลำต่อในจีน รวมทั้งเครื่องยนต์ไอพ่นรุ่น 117S (เครื่องยนต์ Su-35) และเครื่องบินลำเลียงขนส่งขนาดใหญ่ “อิลยูชีน” Il-476 และเครื่องบินเติมน้ำมันกลางอากาศ Il-78 ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ใน “กรอบเจรจา” ระหว่างการเยือนรัสเซียของผู้นำจีน วันที่ 22-24 มี.ค.ที่ผ่านมา CCTV กล่าว
       
       นอกจากนั้น สองฝ่ายยังตกลงจะร่วมมือกันพัฒนาเทคโนโลยีทางการทหาร รวมทั้งรัสเซียจะถ่ายทอดเทคโนโลยีของระบบจรวดป้องกันการโจมตีทางอากาศแบบ S-400 ให้แก่ฝ่ายจีนอีกด้วย โทรทัศน์จีนรายงานโดยไม่ได้อ้างแหล่งที่มาของข่าวสาร ..
       
       เรื่องราวทั้งหมดนี้ยิ่งดูเป็นจริงเป็นจังมากขึ้นไปอีกเมื่อหนังสือพืมพ์ “ประชาชน” ของพรรคคอมมิวนิสต์นำเสนอข่าวในวันรุ่งขึ้น
       
       
Su-30 กับ TVC
Youtube.Com

       

       
Su-33 เครื่องยนต์ AL-31FN
Youtube.Com

       

       
สเตลธ์ "แบบจีนๆ"
Youtube.Com

       

       
       
เข้าใจผิดอะไรหรือเปล่า? สำนักข่าวเล็นตาด็อทอาร์ยู ตั้งคำถาม ..
       
       เกี่ยวกับระบบ S-400 นี้ สื่อของทางการจีนรายงานตั้งแต่ปี 2554 ว่า รัสเซียได้ตกลงขายให้จีนแล้ว แต่เวลาต่อมา บริษัทส่งออกอาวุธยุทโธปกรณ์ของรัสเซียได้ออกปฏิเสธ รวมทั้งกล่าวย้ำว่า รัสเซียไม่สามารถส่งออกอาวุธป้องกันทางยุทธศาสตร์ได้ นอกจากนั้น S-400 ยังเป็นระบบใหม่ล่าสุด ทันสมัยมากที่สุด และเพิ่งจะนำออกติดตั้งในภาคตะวันออกไกลเมื่อปีที่แล้ว รวมทั้งตามแนวชายแดนติดกับจีนด้วย ซึ่งไม่สามารถจะจำหน่ายให้แก่ประเทศใดได้ ทั้งนี้ เป็นรายงานของสื่อในรัสเซีย
       
       แต่เครื่องบิน Su-35 ไม่ใช่ “อาวุธยุทธศาสตร์” นอกจากนั้น ปัจจุบันก็ยังไม่ใช่เครื่องบินรบรุ่นที่ก้าวหน้ามากที่สุดของค่ายซูคอยซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตอีกด้วย
       
       ขณะที่โลกตะวันตกจัด Su-27/30 ไว้ระดับเดียวกับ F-15 ของสหรัฐฯ Su-35 ก็อยู่ในระดับเดียวกับ F/A-18E/F เท่านั้น คือ เป็นเครื่องบินรบยุค 4++ เท่ากันในด้านเทคโนโลยี
       
       รัสเซียประกาศตั้งแต่ต้นปี 2551 เมื่อเครื่องต้นแบบ 1 ใน 4 ลำ ขึ้นบินเป็นครั้งแรกว่า จะผลิตรุ่นส่งออกสำหรับจำหน่ายให้ลูกค้าต่างประเทศด้วย โดยเวเนซุเอลาเป็นประเทศแรกในลิสต์ ลิเบีย เป็นรายที่ 2 แต่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในทั้งสองประเทศทำให้ไม่ทราบอนาคตความตกลงเกี่ยวกับ Su-35
       
       เวียดนามก็เป็นหนึ่งในบรรดาลูกค้า ซึ่งเมื่อปี 2553 รัสเซียเคยเสนอให้กองทัพอากาศเวียดนามใช้ Su-35 แทน Su-30MK2 ล็อตที่เหลืออยู่ในแผนการจัดซื้อทั้งหมด 44 ลำ ทั้งนี้ เป็นรายงานของสำนักข่าวโนวอสติ
       
       การเจรจาซื้อขาย Su-35 ระหว่างจีนกับรัสเซียนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ และไม่มีอะไรเป็นความลับ และยังเคยเป็นข่าวใหญ่ในปี 2554 เมื่อจีนขอซื้อถึง 48 ลำ มูลค่าราว 4,000 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 88 ล้านดอลลาร์ต่อลำ ซึ่งเป็นราคาใกล้เคียงกับของกองทัพอากาศรัสเซีย
       
       แต่เพียงข้ามปีต่อมา ผู้อำนวยการบริษัทส่งออกอาวุธได้ให้สัมภาษณ์ในมาเลเซียว่า การเจรจาได้ยุติลงแล้วเพราะสองฝ่ายไม่อาจตกลงกันได้ เนื่องจากในที่สุดฝ่ายจีนขอซื้อเพียง 4 ลำ ซึ่งรัสเซียมองว่า “ไม่คุ้มในเชิงเศรษฐกิจ” และยังระแวงจีนนำไปก๊อบปี้เทคโนโลยีอีกด้วย
       
       ตามรายงานของนิตยสารคอมเมอร์ซันต์ก่อนหน้านี้ รัสเซียไม่พอใจ และระมัดระวังจีนมาตลอดในเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ ซึ่งเครื่องบินรบกับเครื่องบินลำเลียงขนส่งหลายรุ่นล้วนก๊อบปี้พื้นฐานไปจากเครื่องบินรัสเซีย หรือของสาธารณรัฐยูเครนทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น J-7, H-6 (เครื่องบินทิ้งระเบิดยุทธศาสตร์), Y-5, Y-7 และ Y-8 ซึ่งต้นแบบคือ MiG-21, Tu-16, An-2, An-24 กับ An-12 ตามลำดับ
       
       การเจรจาซื้อขาย Su-35 เริ่มขึ้นอีกครั้งในเดือน ธ.ค.2555 เจ้าหน้าที่สองฝ่ายได้กลับสู่โต๊ะ และลงเอยด้วยการเซ็น “กรอบความตกลง” ที่มีใจความสำคัญว่า จีนจะซื้อ Su-35 จากรัสเซีย จำนวน 24 ลำ ในวงเงิน 1,500 ล้านดอลลาร์ พร้อมกับเรือดำน้ำชั้นลาดาและอาวุธยุทธภัณฑ์อื่นๆ อีกจำนวนหนึ่งที่ไม่ได้ระบุมูลค่า
       
       “กรอบความตกลง” ดังกล่าวระบุด้วยว่า สองฝ่ายคาดหวังการเซ็นข้อตกลงซื้อขายจะมีขึ้นได้ในปี 2558 และการส่งมอบเครื่องบินจะมีขึ้นได้ “หลังปีนั้น” สื่อรัสเซียรายงานเรื่องนี้ตั้งแต่ต้นปี 2556
       
       ข่าวการเซ็นซื้อขาย Su-35 กับเรือดำน้ำกระฉ่อนในหน้าหนังสือพิมพ์ และเว็บไซต์ข่าวภาษาจีนอีกครั้งหนึ่ง เมื่อ พล.อ.เซอร์เก ชูกอย รมว.กลาโหมรัสเซีย ไปเยือนปักกิ่งในปลายเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา แต่ก็ไม่มีการแถลงเกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งส่อนัยว่าไม่มีการเซ็นความตกอะไร และสื่อของทั้งสองฝ่ายเงียบกริบ
       
       ต่างกับเมื่อครั้ง พล.อ.ชอยกู ไปเยือนเวียดนามในเดือนนี้ ที่ฝ่ายรัสเซียเปิดเผยในทุกๆ เรื่อง รวมทั้งการตั้งฐานเรือดำน้ำ การฝึกทหารเรือให้เวียดนามหลายร้อยนาย และการสร้างท่าเรืออีก 1 แห่ง ในอ่างวกามแรง เพื่อให้เรือรบรัสเซีย และของชาติอื่นๆ แวะไปใช้ได้อีกด้วย เพราะทั้งหมดนี้เป็นรายละเอียดที่ผ่านการเซ็นสัญญา และตกลงกันเรียบร้อยแล้ว
       
       
บนสุดของยุคที่ 4
Knaapo.Com/Sukoi.Com

       
ซูคอยผลิตต้นแบบออกมา 4 ลำ เพื่อทดลองกับเครื่องยนต์รุ่นต่างๆ กัน และทดสอบในด้านอื่นๆ และจะเริ่มผลิตให้กองทัพอากาศรัสเซียไปจนถึงปี 2563 สายการผลิตเวอร์ชันสำหรับส่งออกอาจจะตามมาหลังจากนั้น สื่อในรัสเซียกำลังสงสัยรายงานของโทรทัศน์จีนที่ว่า สองฝ่ายเซ็นสัญญาซื้อขายกันเรียบร้อยแล้วในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ฝ่ายรัสเซียเองรายงานก่อนหน้านี้ว่า ที่เซ็นกันปลายปีที่แล้วเป็นเพียง “กรอบความตกลง” และการเซ็นสัญญาซื้อขายจริงอาจจะมีขึ้นได้ในปี 2558 ทั้งหมดต่อไปนี้เป็นภาพชุดล่าสุดของ Su-35 ที่ผู้ผลิตนำออกเผยแพร่ในเดือน ธ.ค.2555.


แปลกแต่จริง.. สื่อรัสเซียสวนสื่อจีน “ไม่มีการเซ็นซื้อขาย Su-35, เรือดำน้ำ”
       
1


แปลกแต่จริง.. สื่อรัสเซียสวนสื่อจีน “ไม่มีการเซ็นซื้อขาย Su-35, เรือดำน้ำ”
       
2


แปลกแต่จริง.. สื่อรัสเซียสวนสื่อจีน “ไม่มีการเซ็นซื้อขาย Su-35, เรือดำน้ำ”
       
3


แปลกแต่จริง.. สื่อรัสเซียสวนสื่อจีน “ไม่มีการเซ็นซื้อขาย Su-35, เรือดำน้ำ”
       
4


แปลกแต่จริง.. สื่อรัสเซียสวนสื่อจีน “ไม่มีการเซ็นซื้อขาย Su-35, เรือดำน้ำ”
       
5


แปลกแต่จริง.. สื่อรัสเซียสวนสื่อจีน “ไม่มีการเซ็นซื้อขาย Su-35, เรือดำน้ำ”
       
6


แปลกแต่จริง.. สื่อรัสเซียสวนสื่อจีน “ไม่มีการเซ็นซื้อขาย Su-35, เรือดำน้ำ”
       
7


แปลกแต่จริง.. สื่อรัสเซียสวนสื่อจีน “ไม่มีการเซ็นซื้อขาย Su-35, เรือดำน้ำ”
       
8


แปลกแต่จริง.. สื่อรัสเซียสวนสื่อจีน “ไม่มีการเซ็นซื้อขาย Su-35, เรือดำน้ำ”
       
9


แปลกแต่จริง.. สื่อรัสเซียสวนสื่อจีน “ไม่มีการเซ็นซื้อขาย Su-35, เรือดำน้ำ”
       
10


แปลกแต่จริง.. สื่อรัสเซียสวนสื่อจีน “ไม่มีการเซ็นซื้อขาย Su-35, เรือดำน้ำ”
       
11

       อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาข้ามเดือนมานี้ สื่อกลาโหมในย่านเอเชียหลายสำนักได้ออกบทวิเคราะห์มากมายเกี่ยวกับความเป็นไปได้ และเป็นไม่ได้ที่รัสเซียจะยอมขาย Su-35 รุ่นมาตรฐานที่ไม่ใช่เวอร์ชันสำหรับส่งออกให้แก่จีน อันเป็นความปรารถนาแรงกล้าของฝ่ายขอซื้อ
       
       การที่โทรทัศน์กลางจีนระบุว่า มีการเซ็นสัญญาซื้อขายเครื่องยนต์ 117S ด้วย ก็ยิ่งส่อเจตนาให้เห็นว่า สิ่งที่จีนต้องการคือ “เครื่องยนต์” มากกว่า “เครื่องบิน” ซึ่งจีนยังไม่มีเทคโนโลยีที่จะผลิตเองได้ และต้องพึ่งพาเครื่องยนต์ไอพ่นที่ซื้อจากรัสเซียตลอดมา
       
       สำนักข่าวกลาโหม Kanwa.Com วิเคราะห์ไว้ในปลายเดือน ก.พ. ตอกย้ำว่า การขอซื้อ Su-35 รุ่นมาตรฐานจากรัสเซียได้แสดงให้เห็นจุดอ่อนในเรื่องเครื่องยนต์ ซึ่งปัจจุบันเครื่องบินกว่า 100 ลำของกองทัพประชาชนยังพึ่งพาเครื่องยนต์ที่ซื้อจากรัสเซียในช่วง 10 ปีมานี้ แม้แต่ J-20 “สเตลธ์” เครื่องบินรบยุคที่ 5 ก็ยังติดเครื่องยนต์รุ่น AL-31 แบบเดียวกับที่ใช้กับ Su-27/30 โดยนำไปปรับแต่งเพียงเล็กน้อย
       
       ถ้าหากไม่สามารถหาเครื่องยนต์ที่ก้าวหน้ามากกว่าที่มีอยู่มาใช้ได้ J-20 ก็จะเป็นเพียงเครื่องบินรบยุคที่ 5 “แบบจีนๆ” เท่านั้น ผู้เชี่ยวชาญของสำนักนี้กล่าว
       
       ในปี 2552 ซึ่งจีนเริ่มพัฒนาเครื่องต้นแบบ J-15 เพื่อใช้บนเรือบรรทุกเครื่องบิน จีนได้ขอซื้อ Su-33 จากรัสเซียจำนวน 4 ลำ เพื่อใช้ในขั้นทดลองโดยให้คำมั่นจะซื้อ “ล็อตใหญ่” หลังจากนั้น แต่ฝ่ายรัสเซียไม่ขายให้เนื่องจาก Su-33 เป็นเครื่องบินประจำเรือบรรทุกเครื่องบินของรัสเซีย จึงทำให้ J-15 ของจีนต้องใช้เครื่องยนต์ Su-27/30 ต่อไป
       
       นักวิเคราะห์มองว่า การขอซื้อ Su-33 ของจีนก็เป็นอีกหนึ่งความพยายามเพื่อจะให้ได้เครื่องยนต์ไอพ่นรุ่น AL-31FN ซึ่งมีเทคโนโลยี “ธรัสต์เว็กเตอร์คอนโทรล” (Thrust Vector Controlling) ประสิทธิภาพสูงกว่า อันเป็นขุมพลังของ Su-33
       
       การมีระบบ TVC ทันสมัยของเครื่องยนต์ไอพ่น เป็นสิ่งสำคัญมากในการควบคุมการเคลื่อนไหวของเครื่องบิน สำคัญพอๆ กับความแรง และความเร็ว เพราะมีประโยชน์มากทั้งในยามขึ้นลง บินไต่ระดับ หรือลดระดับ การเปลี่ยนทิศทางกะหันหัน บินตีลังกา หมุนตัว หรือควงสว่านกลางอากาศขณะพยายามหลบอาวุธโจมตีของฝ่ายข้าศึก และจะมีประโยชน์อย่างยิ่งเมื่ออยู่ในสถานการณ์พันตูใกล้ชิดกลางอากาศ หรือ “ด็อกไฟต์”
       
       เมื่อพิจารณาจากจำนวน Su-35 ที่ขอซื้อล่าสุด เทียบกับราคา 1,500 ล้านดอลลาร์ แต่ละลำจะมีมูลค่า 62.5 ล้านดอลลาร์ อันเป็นราคาที่ต่ำกว่าเมื่อครั้งเจรจาขอซื้อ 48 ลำ ซึ่งยังไม่มีคำอธิบายในเรื่องนี้
       
       แต่อย่างน้อยที่สุด ราคา 62.5 ล้านดอลลาร์ต่อลำก็ยังแสดงให้เห็นว่าจีนยังทุ่มสุดตัวเพื่อให้ได้เครื่องยนต์ 117S ซึ่งในที่สุดรัสเซียอาจจะไม่ยอมขายให้ และถ้าหากไม่ได้ตามนี้ ในปี 2558 จีนก็อาจจะไม่เซ็นสัญญาซื้อ
       
       ผู้เชี่ยวชาญของ Kanwa.Com ที่คร่ำหวอดกับอาวุธยุทธภัณฑ์ของสหภาพโซเวียตมาตั้งแต่ยุคสงครามเย็นกล่าวว่า โอกาสที่เป็นไปได้ก็มีอยู่เช่นกัน ..
       
       รัสเซียจะยอมขาย Su-35 แบบเดียวกับที่ตัวเองใช้ให้แก่จีน ก็ต่อเมื่อฝ่ายรัสเซียพัฒนาเครื่องยนต์รุ่นใหม่ที่ประสิทธิภาพเหนือชั้นกว่า 117S และนำไปใช้กับ T-50 “สเตลธ์” ยุคที่ 5 เป็นผลสำเร็จแล้วเท่านั้น ผู้เชี่ยวชาญกล่าว.

ข่าวล่าสุด ในหมวด
ทัพฟ้าอินเดียสั่งกราวน์ Su-30 ทั้ง 10 ฝูง รวม 200 ลำ หลังตกมา 5 ครั้ง
ยอดเขาหิมะในอินโดนีเซียทำนักวิทยาศาสตร์ทึ่ง อยู่เส้นศูนย์สูตรแต่น้ำแข็งคลุมตลอด
สหรัฐฯ ส่งเรือพิฆาตติด SM3 ทยอยเข้าแปซิฟิกตะวันตกอีก 3 ลำ รับมือขีปนาวุธจีน-เกาหลีเหนือ
“แอตลาส” A400M เสือเหลืองเป็นรูปเป็นร่าง ปีหน้าแอร์บัสส่งให้ 3 ลำรวด
บรูไนได้ถอย C-130J “ซูเปอร์เฮอร์คิวลิส” ป้ายแดงเป็นชาติแรกในอาเซียน
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 10 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 7 คน
70 %
ไม่เห็นด้วย 3 คน
30 %
ความคิดเห็นที่ 14 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คิดได้ไงขอซื้อแค่ 4 ลำ
ขนาดไทยยากจนข้นแค้น
ยังซื้อเครื่องบินถูกๆอย่างกรีฟเป้นทีละ 6 ลำ
ขำว่ะ555
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 11 +7 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากโทรทัศน์จีนรายงานเรื่องนี้ อิตาร์ทาส (ITAR-TASS) ซึ่งเป็นหนึ่งในสำนักข่าวของทางการรัสเซีย ได้รายงานตอบโต้ว่า "ไม่มีการเซ็นสัญญาซื้อขายอาวุธใดๆ ระหว่างการเยือนของประธานาธิบดีจีนสีจิ้นผิง สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา"

TASS รายงานเรื่องนี้โดยอ้างคำพูดของแหล่งข่าวกลาโหมที่อยู่วงใน ระหว่างการเยือนของผู้นำจีนและภริยา

"สองฝ่ายไม่ได้มีการเซ็นสัญญาใดๆ เกี่ยวกับการซื้อขายอาวุธใดๆ ทั้งสิ้น และไม่มีวาระนี้ระหว่างการเยือนของประธานาธิบดีจีนนายสีจิ้นผิง" TASS กล่าว

สำนักข่าวอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ อินเตอร์แฟ็กซ์ (InterFax) ที่มักจะเปิดเผยเรื่องการซื้อขายอาวุธก่อนใครๆ เสมอ และในหลายกรณีเป็นรายงานล่วงหน้า ก็ไม่มีข่าวนี้ เช่นเดียวกับสำนักข่าวโนวอสติที่ได้ชื่อในเรื่องความเร็วกับความรอบด้าน ขณะที่สำนักข่าวกลาโหมชั้นนำของรัสเซียคือ "เล็นตาด็อทอาร์ยู" รายงานแต่เพียงว่า "ทราบจากสื่อจีน"
No Chink
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 9 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เครื่องบินรัสเซียนี่มันสวยจริงๆเลย
//
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 8 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
กะเอามาชำแหละ
เสร็จแล้วก๊อบไปขายต่อ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ชอบข่าวนี้
วิน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 +10 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ชัดไหมละคะ มีเงินแต่เขาไม่ขายให้คะ นี่ละคะที่พรบอกว่าเรื่องยุทธศาสตร์ล้วนๆคะ

นักวิเคราะห์ต่างประเทศเขาบอกว่ารัสเซียเลือกที่จะยืนข้างเวีดยนามคะเห็นได้จากการลงทุนขุดเจาะน้ำมันทางทะเลร่วมกันคะ

พอเวดียนามมีปัญหา รัสเซียก้อยื่นมือมาช่วยเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนคะ

อย่างเรื่องอาวุนี่รัสเซียเกรงว่าจีนจะก๊อปคะ ทำทีซื้อเยอะแต่ก้อซื้อแค่ 4 ลำคะ เขาก้อไม่ขายให้สิคะ ขนาดแม่ค้าธรรมดายังมองจีนออกแลยคะ

นี่ละคะ คบคนต้องมีความจริงใจคะ จะได้ผลมากกว่าคบแบบเล่ห์เหลี่ยมคะ ขอบคุณคะ
พร
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 +8 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ยานอวกาศของจีน ก็ลอกรัสเซียมาทั้งดุ้นเลยครับ
มากาแดง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
โฮ้ย กินน้ำมัีน ค่าใช่จ่ายต่อชั่วโมงสูงกว่า เสียง่าย ซ่อมบ่อย อะไหล่แพง เชื่อดิ..
สูตรมะนาวหวาน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +13 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่มีประเทศอุตสาหกรรมอาวุธไหนจะส่งเทคโนโลยีสูงสุดให้กับประเทศอื่น
....
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014