หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกคุณภาพชีวิต | สุขภาพ
สุขภาพ ข่าว

มะเร็งลำไส้ใหญ่-ทวารหนัก พุ่งสูง เล็งตรวจคัดกรองระดับชาติ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 30 ธันวาคม 2554 10:41 น.
มะเร็งลำไส้ใหญ่-ทวารหนัก พุ่งสูง เล็งตรวจคัดกรองระดับชาติ
ภาพประกอบข่าวจากอินเทอร์เน็ต
        พบพฤติกรรมการกินเสี่ยงก่อมะเร็งลำไส้ใหญ่ ทวารหนักเพิ่มขึ้น หลังพบผู้ป่วยรายใหม่พุ่ง 1 หมื่นรายต่อปี สถาบันมะเร็งฯ จ่อเดินหน้าแผนตรวจคัดกรองระดับชาติ
       
       นพ.ธีรวุฒิ คูหะเปรมะ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวถึงภัยคุกคามสุขภาพเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร ว่า ขณะนี้ประชากรโลกเริ่มมีการใช้ชีวิตที่ค่อนข้างน่าเป็นห่วง เพราะมีการกินอาหารที่ไม่พิถีพิถัน จึงก่อเกิดโรคอันตราย โดยเฉพาะโรคมะเร็งในระบบทางเดินอาหาร อย่างมะเร็งลำไส้ใหญ่ และ มะเร็งทวารหนัก ซึ่งกลุ่มประเทศในเอเชีย พบอุบัติการณ์โรคนี้มากที่สุด เนื่องจากการนิยมบริโภคอาหารที่ปิ้ง ย่าง และบริโภคอาหารหมักดอง ซึ่งผ่านกระบวนการถนอมอาหารที่ก่อเกิดสารอันตรายที่เป็นปัจจัยการเกิดมะเร็งดังกล่าว เช่น สารกลุ่มโพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน (PAH : Polycyclic aromatic hydrocarbon ) โดยในประเทศไทยนั้น ในเพศชาย พบอุบัติการณ์การเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่/มะเร็งทวารหนักเป็นลำดับที่ 3 รองจากมะเร็งตับ และมะเร็งปอด ขณะที่เพศหญิงพบเป็นอันดับ 5 รองจากมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งตับ มะเร็งปอด โดยพบผู้ป่วยใหม่เฉลี่ยในภาพรวมประมาณ 1 หมื่นรายต่อปี และอัตราการตายเฉลี่ย 50% ของผู้ป่วยทั้งหมด ส่วนมากพบในอายุ 50 ปี ขึ้นไป ซึ่งไม่ได้หมายความว่า คนอายุน้อยจะไม่มีโอกาสเป็น เพราะมะเร็งดังกล่าวใช้เวลาในการก่อตัวเพื่อแสดงอาการอย่างชัดเจน ก็ใช้เวลานาน จึงมักตรวจพบในผู้ที่มีอายุมาก แต่หากมีการตรวจก่อนก็อาจพบก้อนเนื้อร้ายที่เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง เรียกว่า ระยะก่อนมะเร็ง โดยแพทย์จะตรวจจากเลือดแฝงในอุจจาระ ซึ่งต้องใช้ชุดทดสอบตรวจความเสี่ยงในอุจจาระ
       
       นพ.ธีรวุฒิ กล่าวอีกว่า จากการคาดการณ์ของหลายๆ หน่วยงาน พบว่า สถานการณ์มะเร็งระบบทางเดินอาหารนั้นเริ่มรุนแรงขึ้น จึงจำเป็นที่จะต้องผลักดันให้เป็นวาระการรณรงค์เพื่อตรวจคัดกรองผู้เข้าข่าย เสี่ยงเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ระดับชาติ ให้เหมือนกับการรณรงค์ตรวจมะเร็งปากมดลูก มะเร็งตับ และมะเร็งเต้านม ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) ก็เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว โดยมีประเทศที่เจริญแล้วเริ่มดำเนินการอย่างจริงจังในการรณรงค์ตรวจคัดกรอง หามะเร็งดังกล่าวในระดับชาติ เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน และ ญี่ปุ่น ซึ่งไทยได้เคยนำร่องการดำเนินการดังกล่าวไปแล้วในพื้นที่ จ.ลำปาง โดยดำเนินการตรวจอุจจาระไปประมาณ 5 หมื่นราย พบป่วยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ 6 ราย และพบก้อนเนื้อเสี่ยงมะเร็ง 10 ราย คาดว่า ในการทดสอบนโยบายตรวจคัดกรองครั้งต่อไปน่าจะเริ่มตรวจในประชากรราว 1 .5 แสนราย เพื่อศึกษาสถานการณ์ ก่อนจะพัฒนาเป็นนโยบายระดับชาติ เนื่องจาก ประชากรโลกในปัจจุบันเสี่ยงเกิดภัยคุกคามจากการบริโภคอาหารมากขึ้น
       
       “เนื่องจากคนไทยยังติดปัญหาเรื่องการอายที่จะส่งอุจจาระมาให้แพทย์ตรวจ ขณะที่ประเทศอื่นๆ อย่างญี่ปุ่น ถึงขั้นส่งตรวจทางไปรษณีย์แล้วนั้น ไทยจึงจำเป็นต้องค่อยๆ ดำเนินการ ดังนั้น หากพบว่าการตรวจคัดกรองสามารถลดผู้ป่วยรายใหม่ได้ดี ในอนาคตอาจอาศัยความร่วมมือจากกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เพื่อประสานงานกับอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน หรือ อสม.ในการเชิญชวนประชาชนเข้าตรวจคัดกรอง เพื่อจะได้รักษาได้ทัน คาดว่า อาจเริ่มนำร่องเพิ่มเติมในปี 2555-2556” นพ.ธีรวุฒิ กล่าว
       
       ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งฯ กล่าวด้วยว่า สำหรับอาการที่เข้าข่ายการป่วยเนื้องอกก่อมะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งทวารหนักนั้น อาจเริ่มที่การปวดท้อง อุจจาระเป็นเลือด ขับถ่ายลำบาก ซึ่งบางคนเข้าใจว่าเป็นอาการของริดสีดวง แต่แท้จริงแล้วอาจกำลังอยู่ในภาวะเกิดเนื้อร้ายก็เป็นได้ ซึ่งการตรวจเลือดแฝงในอุจจาระจะสามารถวิเคราะห์ได้ แต่ต้องส่องกล้องดูเลือดในห้องปฏิบัติการ เนื่องจากเลือดแฝงจะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า โดยหากพบเนื้อร้ายก็จะตัดออกทันที เพื่อตัดภาวะเกิดมะเร็ง และหากจะวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง หรือไม่ต้องผ่านการวิเคราะห์ก้อนเนื้อก่อน

ข่าวล่าสุด ในหมวด
บลูไลท์จากสมาร์ทโฟน-แท็บเล็ต ไม่ก่อมะเร็งตา ย้ำแว่นตัดแสงไม่ช่วย
ยาเอดส์ยังขาดแคลน เหตุเดิมวัตถุดิบไม่เพียงพอ
จับตาหรือยุติร่าง พ.ร.บ.ยา 22 ต.ค. เภสัชฯห่วงไร้กำหนดออกประกาศยาที่วิชาชีพจ่ายได้
หึ่ง! หยุดจ่ายค่าตอบแทนเหมาจ่าย สธ.ยันข่าวลือ เร่งทบทวน P4P
สธ.งัดข้อ สปสช.จับตาข้อยุติบริหารงบบัตรทองปี 58 หลังตั้งคณะทำงานร่วม
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 12 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 11 คน
92 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
8 %
ความคิดเห็นที่ 8 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เคยตรวจโดนหมอหนุ่มๆเอานิ้วจิ้มรูตูดแล้วคว้านไปคว้านมาหาร่องรอยในผนังลำไส้ โดยให้นอนแล้วเอาเข่าขึ้นติดอก จาเรี้ยวไวดำ โผล่ให้หมอเห็นจะๆ ตอนนั้นอายมากเลยครับ
เคยตรวจมา
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขอให้มะเร็งแดรกทั้งลำใส้ใหญ่ ลำใส้เล็ก ลำใส้ฝอย ไอ้ชวน กับสมุน และไอ้เหลี่ยมกับบริวาล ที่มันขายชาติกิน ขอให้กรรมเกิดกำหนดโดยเร็ววันด้วยเถิด...สาธุ
นักการเมืองมักตายด้วยโรคทรมาน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เเนะนำให้ Detox โดยการสวนสารละลายกาเเฟทางทวาร ทำเองที่บ้าน อย่างน้อย 2 เดือนครั้ง จะดีมาก
หากไม่สะดวก ไม่มีเวลา ให้กินอาหาร Detox อย่างน้อยเดือนละครั้งก็จะดีไม่น้อย

อาหารดีทอกซ์อย่างง่ายๆทำดังนี้
เลือกผลไม้ที่มีกากใยสูง มีน้ำตาลต่ำ มาสัก 1 อย่าง(เท่านั้น) เช่น ฝรั่ง มะละกอ เเอปเปิ้ล ชมพู่ ฯ
ตื่นเช้ามา ก็เริ่มกินเเทนข้าวเลย กินมันทั้ง 3 มื้อ ยามกระหายก็ให้ดื่มเเต่น้ำเปล่าเท่านั้น
วันรุ่งขึ้น ให้ดื่มเเต่น้ำเปล่าที่ผสมเกลือ+มะนาว(ผสมเล็กน้อย พอให้มีเกลือเเร่เท่านั้น) ดื่มยามหิวทั้งวันเลย
รวมเเล้วทำการ Detox ด้วยอาหาร 2 วันเต็ม

เท่านี้เองครับ เป็นการปรับสภาพลำใส้ 1 รอบ ทำให้ลำใส้สะอาดปราศจากการหมักเน่าจากเนื้อเเละสารเเปลกปลอมที่ปกติเรามักกินเข้าไปเเทบทุกวัน

ผมมักทำทั้ง 2 อย่างสลับกันไปในเเต่ละเดือน เเต่ส่วนใหญ่ระยะหลัง
การสวนด้วยกาเเฟ จะทำไม่บ่อยเพราะไม่ค่อยมีเวลาว่างมากนัก เพราะต้องเตรียมการพอสมควร
เเต่ Detox ด้วยอาหารนี้จะทำทุกเดือน ทำมา 2 ปีเเล้ว ปกติเลือกผลฝรั่ง หรือชมพู่
บางเดือนก็เลือก เเอปเปิ้ล เพราะหาง่ายดี เพราะเป็นผลไม้ไม่หวานมาก

หากสนใจ ก็ลองดูนะครับ เป็นการป้องกันมะเร็งลำใส้อีกทางหนึ่ง เป็นการล้างปลายลำใส้ของเราที่เราใช้มันมาตลอดทั้งชีวิตเราโดนที่เราเเทบไม่เคยล้างมันเลย
โรงพยาบาล บางเเห่งมีบริการ Detox โดยการสวนกาเเฟ ลองสอบถามดูครับ
SK
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014